• เผยแพร่เมื่อ 2 เม.ย. 2567
    • แก้ไขครั้งล่าสุด 5 ก.พ. 2569
  • 5 นาที

10 รายการเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ควรมีติดกล่องเครื่องมือ

ในบทความนี้ จะมาแนะนำเครื่องมือช่างพื้นฐานมีอะไรบ้าง และมีวิธีใช้อย่างไร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังมองหาเครื่องมือช่างเพื่อพร้อมใช้งานในชีวิตประจำวัน

RS marketing banner
รวมอุปกรณ์เครื่องมือช่างพื้นฐาน

สำหรับงานประดิษฐ์ งานซ่อมแซม หรืองานบำรุงรักษาสิ่งของต่าง ๆ การมีอุปกรณ์และเครื่องมือช่างพื้นฐานติดกล่องเครื่องมือไว้ จะช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงาน หรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาหรือเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างช่างผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการ

ในบทความนี้ จะมาแนะนำเครื่องมือช่างพื้นฐานมีอะไรบ้าง และมีวิธีใช้อย่างไร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังมองหาเครื่องมือช่างเพื่อพร้อมใช้งานในชีวิตประจำวัน

เครื่องมือช่างคืออะไร ? ทำความรู้จักอุปกรณ์พื้นฐานที่ช่างมือโปรต้องมี

เครื่องมือช่าง (Hand tools) คือ เครื่องมือที่ทำงานด้วยแรงมือ ออกแบบมาเพื่อช่วยในงานต่าง ๆ เช่น การขันยึด, การตัด, การขึ้นรูป, การวัด และการติดตั้ง เครื่องมือเหล่านี้ต่างจากเครื่องมือไฟฟ้าตรงที่ต้องอาศัยการควบคุมโดยตรงจากผู้ใช้ ทำให้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความละเอียดสูง และในสภาพแวดล้อมที่เครื่องมือไฟฟ้าอาจไม่สะดวกในการใช้งาน

ในบรรดาเครื่องมือทั่วไปที่เราพบเห็นกันบ่อย ๆ ได้แก่ เครื่องมือประเภทไขและขัน อย่างไขควงและประแจ หรือเครื่องมือที่ใช้ในการตอกและขันเกลียว เช่น ค้อน ซึ่งการเลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์งานช่างที่มีคุณภาพ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้งานเสร็จไวขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับชิ้นงานได้อีกด้วย

อุปกรณ์การช่างมีอะไรบ้าง ? แนะนำเครื่องมือช่าง 10 ชนิดพร้อมวิธีใช้

1. ไขควง สำหรับขันหรือคลายสกรู หรือนอต

ไขควง เป็นเครื่องมือช่างที่ใช้ในการขันหรือคลายสกรูและนอตต่าง ๆ ซึ่งมีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน โดยควรพิจารณาจากรูปร่างของหัวไขควง ที่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับร่องของสกรูหรือนอต ถึงจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ไขควงปากแบนที่มีปลายแบน เหมาะสำหรับร่องที่เป็นเส้นตรง
  • ไขควงปากแฉกที่มีปลายเป็นลักษณะตัวไขว้ เหมาะสำหรับร่องที่เป็นลักษณะตัวไขว้
  • ไขควงปากเอียงที่มีปลายเอียง เหมาะสำหรับร่องที่อยู่ในตำแหน่งเข้าถึงยาก

เคล็ดลับ : ใช้หัวไขควงให้ตรงกับประเภทของสกรูเสมอ เพื่อป้องกันอาการหัวรูด (Cam-out) และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งตัวสกรูและเครื่องมือ

2. ค้อน สำหรับตอกหรือทุบวัสดุ

ค้อน เป็นเครื่องทุ่นแรงที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องอาศัยทักษะมากนักก็สามารถใช้งานได้ เพียงแต่ต้องมีความระมัดระวังในขณะที่ใช้งาน นิยมใช้ในการตอกหรือทุบวัสดุต่าง ๆ ซึ่งมีหัวค้อนหลายประเภทให้เลือกใช้งาน ดังนี้

  • ค้อนหงอน มีลักษณะเป็นหัวค้อน 2 ด้าน ด้านหนึ่งไว้ใช้ถอนตะปู อีกด้านไว้ใช้ในการตอกตะปู
  • ค้อนหัวกลม มีลักษณะหน้าตัดกลม พื้นผิวเรียบ มีนูนโค้งเล็กน้อยตรงส่วนบน นิยมใช้ในงานตอกหมุด ย้ำหมุด หรือใช้เคาะขึ้นรูปโลหะ
  • ค้อนสำหรับช่างไฟฟ้า / ค้อนตอกหมุด เป็นค้อนน้ำหนักเบาที่ออกแบบมาสำหรับงานไฟฟ้าและงานประกอบเบา ๆ มักใช้สำหรับตอกกิ๊บรัดสายไฟหรือตะปูขนาดเล็ก หลายรุ่นมีหน้าสัมผัสหรือปลายที่เป็นแม่เหล็ก เพื่อช่วยยึดตัวตะปูให้เข้าที่ และช่วยให้ควบคุมการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับ : เลือกน้ำหนักค้อนให้เหมาะสมกับวัสดุ เช่น ใช้ค้อนหนักสำหรับการขึ้นรูปโลหะ และค้อนเบาสำหรับงานไม้หรืองานที่ละเอียดอ่อน

3. เลื่อย สำหรับตัดวัสดุ

เลื่อย เป็นหนึ่งในเครื่องมือและอุปกรณ์งานช่างพื้นฐานสำหรับการตัดหรือซอยชิ้นงานให้ได้ในขนาดตามต้องการ ปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายชนิด โดยแบ่งตามวัสดุที่นำมาตัด ดังนี้

  • เลื่อยไม้ มีลักษณะเป็นแถบยาว โคนใหญ่ปลายเรียว มีซี่ฟันที่เรียงกันเป็นระเบียบตลอดความยาวของใบเลื่อยที่ทำจากโลหะ เหมาะกับงานช่างไม้ และงานช่างก่อสร้าง
  • เลื่อยเหล็ก ประกอบด้วยใบเลื่อยที่มีฟันละเอียดติดตั้งบนโครงเลื่อย เหมาะสำหรับตัดโลหะ เช่น สลักเกลียว, ท่อ หรือแท่งเหล็ก

เคล็ดลับ : เลือกจำนวนฟันต่อนิ้ว (TPI) ให้เหมาะกับวัสดุ โดยค่า TPI สูงจะเหมาะกับโลหะบาง ส่วน TPI ต่ำจะเหมาะกับไม้ที่มีความหนา

4. ประแจ สำหรับขันหรือคลายสกรูหรือนอต และใช้ยึดอุปกรณ์ต่าง ๆ

ประแจ เป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานสำหรับการขันเกลียวนอตหรือสกรู รวมถึงสามารถยึดอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน มีลักษณะเป็นด้ามยาว บริเวณส่วนหัวมีรูปทรงขนาดที่พอดีกับวัสดุ สำหรับล็อกอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยประเภทของประแจที่นิยมใช้กันทั่วไป มีดังนี้

  • ประแจปากตาย มีลักษณะปากตรงหรือปากงอ เหมาะสำหรับงานขันหรือคลายนอตหรือสกรูที่มีขนาดมาตรฐาน
  • ประแจแหวน (Box-end Wrench) มีลักษณะปากเป็นรูปวงแหวน เหมาะสำหรับงานขันหรือคลายนอตหรือสกรูที่มีขนาดใหญ่ หรือมีเหลี่ยมมุมที่ไม่สะดวกในการขันหรือคลายด้วยประแจปากตาย
  • ประแจเลื่อน มีลักษณะปากเลื่อนได้ เหมาะสำหรับงานขันหรือคลายนอตหรือสกรูที่มีขนาดแตกต่างกัน

5. คีม สำหรับจับหรือยึดวัสดุ

คีม เป็นเครื่องมือช่างที่มีสองขาคล้ายกรรไกร ใช้สำหรับคีบ จับ ตัด ดัด งอโค้ง หรือยึดวัสดุเข้าด้วยกัน มีหลายประเภทให้เลือกสรร ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน โดยประเภทของคีมที่นิยมใช้กันทั่วไป มีดังนี้

  • คีมปากแหลม โดนเด่นด้วยปากคีมที่เรียวยาว เหมาะสำหรับการจับชิ้นส่วนขนาดเล็กและทำงานในพื้นที่แคบหรือเข้าถึงยาก
  • คีมปากขยาย / คีมอเนกประสงค์ มีปากคีมที่ปรับระยะได้หรือใช้งานได้หลากหลาย เหมาะสำหรับงานจับ, บิด และงานขันยึดทั่วไป
  • คีมตัดเฉียง ออกแบบมาให้มีขอบตัดที่ทำมุมเอียง สำหรับใช้ตัดลวด, สลัก และสายเคเบิลโลหะขนาดเล็ก
  • คีมตัดปลาย มีขอบตัดอยู่ที่ส่วนปลายของปากคีม มักใช้สำหรับถอนตะปูหรือตัดลวดให้เรียบเสมอไปกับพื้นผิว

6. สว่าน สำหรับเจาะรูในวัสดุ

สว่าน เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเจาะรู ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนใบสว่านให้หมุนอย่างรวดเร็ว ซึ่งใบสว่านมีลักษณะฟันแหลมคมช่วยในการเจาะวัสดุต่าง ๆ เช่น ไม้ โลหะ คอนกรีต และพลาสติก โดยประเภทของสว่านที่นิยมใช้กันทั่วไป มีดังนี้

  • สว่านไฟฟ้าแบบมีสาย เหมาะสำหรับงานเจาะทั่วไป ในวัสดุอย่างไม้ โลหะ และพลาสติก ให้กำลังไฟที่สม่ำเสมอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • สว่านไขควงไร้สาย ออกแบบมาสำหรับทั้งงานเจาะและงานขันสกรู เหมาะสำหรับงาน DIY ทั่วไปและงานช่างมืออาชีพที่ไม่หนักมาก
  • ไขควงกระแทก ใช้สำหรับขันหรือคลายสกรูและตัวยึดเป็นหลัก โดยให้แรงบิดสูงสำหรับงานขันยึดที่ต้องการกำลังมาก
  • สว่านกระแทก เหมาะสำหรับเจาะวัสดุงานปูน เช่น อิฐ หรือคอนกรีตมวลเบา โดยใช้ระบบการกระแทกช่วยในการเจาะ
  • สว่านโรตารี่ ออกแบบมาเพื่องานเจาะหนักในคอนกรีตและหิน มักใช้ในงานก่อสร้างและงานรีโนเวท

เคล็ดลับ : เลือกชนิดของดอกสว่านให้ตรงกับวัสดุ เช่น ดอกเจาะปูนสำหรับคอนกรีต, ดอก HSS สำหรับโลหะ เพื่อป้องกันความเสียหายหรือการสึกหรอ

7. ตลับเมตร สำหรับวัดขนาดของวัสดุต่าง ๆ

ตลับเมตร เป็นเครื่องมือช่างชนิดหนึ่งที่ใช้ในการวัดขนาดหรือความยาว ประกอบด้วยตลับเก็บสายวัดที่ทำจากพลาสติกหรือโลหะ และสายวัดที่ทำจากผ้าหรือโลหะ โดยมีหน่วยการวัดเป็นนิ้วหรือเซนติเมตร ที่ปลายสายวัดจะมีตะขอเกี่ยว ใช้สำหรับยึดกับวัตถุที่ต้องการวัด และส่วนบนตลับมีปุ่มล็อก โดยทั่วไปแล้วตลับเมตรจะมีความยาวตั้งแต่ 2 เมตร 3 เมตร 5 เมตร และ 10 เมตร สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ

8. สิ่ว เครื่องมือพื้นฐานสำหรับงานไม้และการปรับแต่งพื้นผิว

สิ่ว คือเครื่องมือที่ช่างไม้และช่างซ่อมเฟอร์นิเจอร์ขาดไม่ได้ ใช้สำหรับเซาะร่อง แกะสลัก หรือแต่งขอบไม้ให้เรียบ วิธีใช้คือ วางปลายคมของสิ่วลงบนจุดที่ต้องการเซาะ แล้วใช้อุ้งมือหรือค้อนค่อย ๆ ตอกที่ปลายด้ามสิ่วเพื่อกินเนื้อไม้ทีละน้อย โดยหันด้านเรียบเข้าหาชิ้นงาน เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ

9. เครื่องวัดระดับน้ำ อุปกรณ์เพื่อความแม่นยำ

ในรายการเครื่องมือช่างสำหรับงานติดตั้ง เครื่องวัดระดับน้ำคือตัวช่วยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการแขวนกรอบรูป ติดตั้งชั้นวางของ หรือวางเครื่องซักผ้าให้สมดุล เพียงวางเครื่องวัดระดับน้ำลงบนพื้นผิวที่ต้องการตรวจสอบ จากนั้นสังเกตฟองอากาศให้อยู่กึ่งกลางระหว่างขีดเครื่องหมาย หากฟองอากาศเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง แสดงว่าพื้นผิวนั้นยังไม่ได้ระดับ

10. มีดคัตเตอร์สำหรับงานหนัก เครื่องมือที่ขาดไม่ได้

มีดคัตเตอร์สำหรับงานหนัก เป็นเครื่องมือและอุปกรณ์งานช่างที่ใช้บ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง ตั้งแต่การแกะกล่องพัสดุ ปอกสายไฟ ไปจนถึงตัดแผ่นยางหรือพลาสติก โดยควรเลือกใช้รุ่นที่มีระบบล็อกใบมีดที่แข็งแรงเพื่อความปลอดภัย และควรเก็บใบมีดเข้าที่ทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ

เคล็ดลับ : เปลี่ยนใบมีดที่ทื่ออย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากการลื่นไถลหรือการตัดที่คลาดเคลื่อน

การดูแลรักษาเครื่องมือช่างพื้นฐาน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้เครื่องมือช่าง

ปัญหาต่าง ๆ ที่พบระหว่างการทำงานซ่อมแซมหรือติดตั้ง มักไม่ได้เกิดจากเครื่องมือที่ชำรุด แต่เกิดจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง โดยข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการใช้แรงกดมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ตัวยึดรูด, วัสดุเสียหาย หรือทำให้อายุการใช้งานของเครื่องมือสั้นลง รวมถึงการใช้เครื่องมือที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับงาน ยังทำให้ควบคุมได้ยากและเพิ่มความเสี่ยงในการลื่นไถลหรือสึกหรอ นอกจากนี้ การข้ามขั้นตอนการเตรียมการที่สำคัญ เช่น การวัด การทำเครื่องหมาย หรือการตรวจสอบแนวระดับ มักนำไปสู่ผลงานที่ไม่เรียบร้อยและต้องทำงานซ้ำ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองเวลาและวัสดุ

การดูแลรักษาเครื่องมือช่างพื้นฐานเพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

หลังจากที่เราได้รู้กันแล้วว่า เครื่องมือทั่วไปมีอะไรบ้าง อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ช่างทุกคนต้องเข้าใจ ก็คือวิธีการดูแลรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์งานช่าง เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน

  • ทำความสะอาดหลังใช้งาน เพื่อขจัดคราบสกปรก เศษวัสดุ และน้ำมันหล่อลื่น ที่อาจทำให้เครื่องมือทำงานไม่ถูกต้อง หรือเสียหายได้
  • เก็บรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องมือเกิดสนิมหรือเสียหายจากสภาพแวดล้อม
  • ควรตรวจสอบสภาพอย่างสม่ำเสมอ หากพบรอยแตกร้าวของเครื่องมือ หรือชำรุด ควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเครื่องมือใหม่ทันที

วิธีจัดกล่องเครื่องมือเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน

กล่องเครื่องมือที่เป็นระเบียบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยลดเวลาที่ใช้ในการค้นหาเครื่องมือ การจัดกลุ่มเครื่องมือตามฟังก์ชัน เช่น งานตัด, งานวัด, งานขันยึด หรือเครื่องมือประเภทตอก ช่วยให้กระบวนการทำงานเป็นระบบและมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้บ่อยจะหยิบใช้ได้ง่าย นอกจากนี้ การใช้ช่องแบ่ง ถาดวาง หรือที่เก็บเฉพาะทาง ยังช่วยปกป้องเครื่องมือระหว่างการขนย้ายและจัดเก็บ โดยลดการสัมผัสกันระหว่างโลหะกับโลหะ ซึ่งอาจทำให้เกิดการสึกหรอโดยไม่จำเป็น หรือความเสียหายจากอุบัติเหตุได้

แนวทางความปลอดภัยเบื้องต้นในการใช้เครื่องมือช่าง

  • ใช้เครื่องมือให้ถูกประเภทกับงาน : การดัดแปลงเครื่องมือหรือใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสม จะเพิ่มความเสี่ยงในการลื่นไถลและอาจนำไปสู่การบาดเจ็บระหว่างใช้งาน
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม : การสวมถุงมือ แว่นตานิรภัย และรองเท้าที่เหมาะสม จะช่วยลดอันตรายทั่วไปในพื้นที่ทำงาน
  • ตรวจสอบเครื่องมือก่อนใช้งาน : หัวค้อนที่หลวม ด้ามจับที่แตกร้าว หรือใบมีดที่สึกหรอ ควรได้รับการแก้ไขทันที
  • รักษาท่าทางและการควบคุมที่ถูกต้อง : การยืนที่มั่นคงและการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉง จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยในระหว่างการใช้งานเครื่องมือ

เคล็ดลับการเลือกซื้อเครื่องมือช่างพื้นฐาน

นอกจากการดูแลรักษาที่เหมาะสมแล้ว การเลือกซื้อเครื่องมือช่างที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพดี ก็จะช่วยให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยอีกด้วย ลองมาดูเคล็ดลับการเลือกเครื่องมือช่างที่ตอบโจทย์กัน

  1. ควรเลือกเครื่องมือช่างพื้นฐานแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับประเภทของงานที่ต้องการทำ
  2. ตรวจสอบถึงขนาดที่เหมาะสมกับผู้ใช้งาน และขนาดของงาน
  3. เลือกเครื่องมือช่างที่เหมาะกับวัสดุของงานที่ต้องการนำไปใช้ เช่น ไม้ โลหะ คอนกรีต หรือพลาสติก
  4. เลือกเครื่องมือที่มีคุณภาพดี แข็งแรงทนทาน เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน
  5. เลือกเครื่องมือช่างในราคาเหมาะสมกับงบประมาณ

สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาเครื่องมือช่างที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน สามารถเลือกซื้อเครื่องมือจากหลากหลายแบรนด์ดังได้เลยที่ RS เราคือผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ มีเครื่องมือและอุปกรณ์งานช่างให้เลือกหลากหลายประเภท จากแบรนด์ที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น Facom, Wera หรือแบรนด์ของเราเองอย่าง RS Pro เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความปลอดภัยให้ทุกการใช้งาน เลือกซื้อได้ตลอด 24 ชม. ทั้งราคาปลีกและราคาส่งที่เว็บไซต์ของเรา พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของเราได้เลย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือช่างพื้นฐาน (FAQs)

สินค้าขายดี

Wera ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Wera

Wera ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีเครื่องมือช่างและเครื่องมืออุตสาหกรรมที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่สะดวกสบายและปลอดภัย

Facom จำหน่ายเครื่องมืออุตสาหกรรมและเครื่องมือช่างเพื่อใช้ในโรงงาน

Facom

Facom ผู้ผลิตเครื่องมือช่างระดับมืออาชีพ จำหน่ายเครื่องมืออุตสาหกรรมและเครื่องมือช่างเพื่อใช้ในโรงงาน ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล มีสินค้าให้เลือกหลากหลายประเภท ตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบ รับประกันคุณภาพและความปลอดภัย

Bahco ผู้ออกแบบและผลิตเครื่องมือช่าง

Bahco

Bahco ผู้ออกแบบและผลิตเครื่องมือช่างที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า 100 ปี เพื่อความแม่นยำและประสิทธิภาพในการทำงาน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อ