• เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2567
    • แก้ไขครั้งล่าสุด 5 ก.พ. 2569
  • 5 นาที

มอเตอร์โรงงาน 101: มอเตอร์ AC กับ DC ต่างกันอย่างไร ?

เทียบชัด มอเตอร์ AC กับ DC ต่างกันอย่างไร พร้อมเจาะลึกหลักการทำงานของมอเตอร์ และมีกี่ชนิด เพื่อการเลือกใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างมืออาชีพ

RS marketing banner

การเลือกใช้มอเตอร์ให้เหมาะสมกับเครื่องจักรและระบบควบคุม เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักคือ มอเตอร์ AC กับ DC ซึ่งในบทความนี้จะเจาะลึกหลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าแต่ละชนิด และให้รู้ว่ามอเตอร์ AC กับ DC ต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้ออุปกรณ์ได้ตรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและหน้างานจริง

มอเตอร์ AC สีฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม

มอเตอร์ไฟฟ้าคืออะไร ?

มอเตอร์ไฟฟ้า คือ ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า (Electrical Energy) ให้เป็นพลังงานกล (Mechanical Energy) ในรูปของการหมุนเพื่อสร้างแรงบิด (Torque) สำหรับขับเคลื่อนโหลดต่าง ๆ ในระบบอุตสาหกรรม มอเตอร์ถือเป็นกำลังหลักที่ใช้ในการรันระบบตั้งแต่เครื่องจักรขนาดเล็กไปจนถึงสายพานการผลิตขนาดใหญ่

ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้มอเตอร์ทำงานได้ประกอบด้วย สเตเตอร์ (Stator) หรือส่วนที่อยู่กับที่ และโรเตอร์ (Rotor) หรือส่วนที่หมุนเคลื่อนที่ โดยมอเตอร์แต่ละรุ่นจะมีการออกแบบโครงสร้างภายในที่ต่างกันออกไปตามประเภทของแหล่งจ่ายไฟและลักษณะการใช้งาน

มอเตอร์มีกี่ประเภท ?

คำถามที่หลายคนมักจะสงสัยกันก็คือ มอเตอร์มีกี่ชนิด และแต่ละชนิดมีหลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าต่างกันอย่างไร ? ซึ่งหลัก ๆ แล้วมอเตอร์จะมีด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่ มอเตอร์ AC กับ มอเตอร์ DC

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Motor) คือ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) นิยมใช้ทั้งในงานอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ เนื่องจากมีความทนทานสูง โครงสร้างไม่ซับซ้อน และสามารถต่อใช้งานได้โดยตรงจากแหล่งจ่ายไฟกระแสสลับทั่วไป

AC Motor มีหลักการทำงานที่อาศัยหลักของการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า มีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ สเตเตอร์ (Stator) และโรเตอร์ (Rotor) เมื่อจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับให้แก่ขดลวดสเตเตอร์จะเกิดสนามแม่เหล็กหมุนขึ้น จากนั้น สนามแม่เหล็กหมุนนี้ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในขดลวดโรเตอร์ นำไปสู่การสร้างสนามแม่เหล็กของตัวเอง ได้ผลลัพธ์เป็นพลังงานกลที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับมีอะไรบ้าง ?

หลัก ๆ แล้วมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับจะมีด้วยกัน 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

  • มอเตอร์เหนี่ยวนำแบบกรงกระรอก เป็นมอเตอร์ AC ที่นิยมใช้มากที่สุด โครงสร้างเรียบง่าย ทนทาน ราคาไม่แพง ใช้งานง่าย เหมาะกับงานทั่วไป
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำแบบโรเตอร์พัน มีประสิทธิภาพการควบคุมความเร็วที่ดีกว่ามอเตอร์เหนี่ยวนำแบบกรงกระรอก เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมความเร็ว เช่น ลิฟต์ เครน
  • มอเตอร์ซิงโครนัส ทำงานด้วยความเร็วที่คงที่ เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น เครื่องจักรกลึง เครื่องปั่นไฟ

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับใช้กับอะไร ?

เนื่องจากมอเตอร์ AC มีความทนทานสูงและสามารถต่อเข้ากับไฟบ้านหรือไฟโรงงานได้โดยตรง ผ่านอุปกรณ์ป้องกัน จึงนิยมใช้ในงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและมีโหลดคงที่ ดังนี้

  • ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ พัดลมโรงงาน, โบลเวอร์ (Blower) และคอมเพรสเซอร์
  • ระบบประปาและของเหลว ปั๊มน้ำอุตสาหกรรม และเครื่องปั๊มสารเคมี
  • ระบบลำเลียง สายพานลำเลียงในโรงงานผลิต (Conveyor Belt)
  • เครื่องจักรขนาดใหญ่ เครื่องบด, เครื่องผสม และเครื่องจักรในอุตสาหกรรมหนัก

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC Motor คือ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงที่แปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current: DC) เป็นพลังงานกล

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงจะอาศัยหลักการทำงานของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดที่พันอยู่บนแกนกลางจะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น จากนั้นสนามแม่เหล็กนี้เกิดปฏิกิริยาโต้ตอบกับสนามแม่เหล็กถาวรที่อยู่ภายในมอเตอร์ ทำให้เกิดแรงบิดที่แกนกลาง ทำให้มอเตอร์หมุน

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงมีอะไรบ้าง ?

  • มอเตอร์ DC แปรงถ่าน เป็นมอเตอร์ระบบดั้งเดิมที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ควบคุมความเร็วได้ง่าย อย่างไรก็ตาม การเสียดสีของแปรงถ่านจะทำให้เกิดการสึกหรอและมักมีสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าเกิดขึ้นขณะทำงาน
  • มอเตอร์ DC ไร้แปรงถ่าน พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้จุดด้อยของแบบแปรงถ่าน โดยใช้การควบคุมผ่านวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้มอเตอร์ทำงานเงียบ มีประสิทธิภาพสูง และแทบไม่ต้องบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน
  • มอเตอร์ Stepper เป็นมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านที่ควบคุมการหมุนให้เป็นจังหวะตามจำนวนขั้นอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการกำหนดตำแหน่งที่มีความละเอียดสูง

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงใช้กับอะไร ?

มอเตอร์ DC ตอบโจทย์งานที่ต้องการความแม่นยำสูง การตอบสนองที่รวดเร็ว หรือการใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่ ตัวอย่างเช่น

  • ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ แขนกล (Robotic Arms), ระบบขับเคลื่อนหุ่นยนต์ AGV
  • เครื่องจักร CNC งานที่ต้องการควบคุมตำแหน่ง (Positioning) และความเร็วที่แน่นอน
  • ยานพาหนะไฟฟ้า รถกอล์ฟไฟฟ้า, รถฟอร์กลิฟต์ และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
  • อุปกรณ์พกพา เครื่องมือช่างไร้สาย และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก
มอเตอร์ DC สำหรับการใช้งานภายในโรงงาน

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง VS มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ ต่างกันอย่างไร ? 

คุณสมบัติ
มอเตอร์ AC
มอเตอร์ DC
แหล่งจ่ายไฟ (Power Source)ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)ไฟฟ้ากระแสตรง (DC)
การควบคุมความเร็ว (Speed Control)ต้องใช้ VFD (Variable Frequency Drive) เพื่อการควบคุมที่แม่นยำควบคุมได้ในตัวผ่านแรงดันอาร์เมเจอร์ หรือใช้คอนโทรลเลอร์อิเล็กทรอนิกส์ (ในแบบ BLDC)
แรงบิดเริ่มต้น (Starting Torque)ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับประเภทของมอเตอร์)โดยทั่วไปจะสูงกว่า โดยเฉพาะในรุ่น Brushed และ BLDC
การบำรุงรักษา (Maintenance)ต่ำ เนื่องจากไม่มีแปรงถ่านในแบบ AC Inductionแตกต่างกันตามประเภท แบบแปรงถ่านต้องบำรุงรักษาบ่อย แต่แบบ BLDC จะบำรุงรักษาต่ำ
รูปแบบการใช้งานเหมาะกับงานที่ต้องการแรงบิดสูง ความเร็วคงที่ ทนทาน และใช้งานหนัก เช่น ปั๊มน้ำ พัดลม เครื่องปรับอากาศ สายพานลำเลียงเหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมความเร็วรอบ ตอบสนองฉับไว ควบคุมทิศทางได้ง่าย เช่น ยานพาหนะไฟฟ้า โรบอต เครื่องจักรกลึง
งบประมาณโดยทั่วไป ราคาถูกกว่ามอเตอร์ DCมีราคาสูงกว่า แต่ควบคุมได้แม่นยำ ใช้งานหลากหลาย

RS ครบครันด้านมอเตอร์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรม

เมื่อรู้กันไปแล้วว่ามอเตอร์ AC กับ DC ต่างกันอย่างไร รวมถึงมีหลักการทำงานอย่างไร ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการที่มองหามอเตอร์คุณภาพสูง ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ AC หรือ DC จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Siemens, Schneider Electric, Omron รวมถึงอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติต่าง ๆ ที่ RS ก็มีจำหน่ายแบบครบครัน ตอบทุกโจทย์ความต้องการ

RS ให้บริการด้านโซลูชันอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์มากว่า 84 ปี เราดูแลลูกค้าอุตสาหกรรมมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ด้วยสินค้าคุณภาพสูง และการให้บริการอย่างมืออาชีพ เรามีเครื่องมือวัดด้านอุตสาหกรรมและอุปกรณ์เสริมในการควบคุมเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่หลากหลายและครอบคลุมมากที่สุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการ รวมถึงสินค้าของเรามีคุณภาพ ได้มาตรฐาน แข็งแรงทนทาน และสามารถใช้งานได้ยาวนาน โดยสามารถเลือกซื้อสินค้ากว่า 700,000 รายการของเราได้ตลอด 24 ชม. ทั้งราคาปลีกและราคาส่ง ผ่านเว็บไซต์ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมอเตอร์ AC กับ DC ต่างกันอย่างไร (FAQs)

สินค้าขายดี

Siemens จำหน่ายมอเตอร์ AC และ DC

Siemens

Siemens บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นพัฒนาในด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้า จำหน่ายมอเตอร์และอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ (Automation & Control Gear) ที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้งานในอุตสาหกรรม

Schneider Electric จำหน่ายมอเตอร์

Schneider Electric

Schneider Electric ผู้นำด้านระบบออโตเมชัน จำหน่ายอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ (Automation & Control Gear) สำหรับงานอุตสาหกรรม มีประสิทธิภาพสูง ผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ช่วยควบคุมการทำงานของระบบไฟฟ้าในโรงงาน และยกระดับความปลอดภัยให้ธุรกิจ

Omron จำหน่ายมอเตอร์ DC และ AC

Omron

Omron บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์อัตโนมัติ (Automation & Control Gear) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ทุกอุตสาหกรรม

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อ