UART

ชิป UART และไอซีอินเทอร์เฟซมาตรฐานอุตสาหกรรม

ในการพัฒนาคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และระบบฝังตัว วิศวกรและช่างเทคนิคมักพบปัญหาความยุ่งยากในการเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์กับอุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกหรือโมเด็ม เนื่องจากข้อจำกัดของจำนวนสายสัญญาณและความซับซ้อนในการซิงโครไนซ์สัญญาณนาฬิกา โซลูชันที่นิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลายคือ UART Interface ซึ่งทำหน้าที่แปลงข้อมูลแบบขนานเป็นข้อมูลแบบอนุกรม ช่วยให้สามารถสื่อสารข้อมูลได้โดยใช้สายสัญญาณเพียงไม่กี่เส้น ดังนั้น การเลือกใช้โซลูชันหรือชิป UART ที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญต่อการสร้างระบบการสื่อสารที่เชื่อถือได้

UART คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร ?

UART ย่อมาจาก Universal Asynchronous Receiver-Transmitter คือ เครื่องรับ-ส่งสัญญาณอนุกรมแบบอะซิงโครนัสอเนกประสงค์ โดย UART เป็นอินเทอร์เฟซการสื่อสารแบบอนุกรมประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อรับและส่งข้อมูลผ่านบัสข้อมูล (Data bus) ทำหน้าที่สื่อสารและรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สองชิ้น เช่น คอมพิวเตอร์ ผ่านการเชื่อมต่อแบบใช้สาย

ในทางปฏิบัติ โครงสร้างฮาร์ดแวร์ของอินเทอร์เฟซชนิดนี้มักจะผลิตออกมาในรูปแบบของชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์หรือวงจรรวม ซึ่งเราเรียกกันว่า "ไอซี" (Integrated Circuit: IC) โดย UART ไมโครชิปจะทำหน้าที่แปลงข้อมูลแบบขนานจากโปรเซสเซอร์หรือคอนโทรลเลอร์ ให้เป็นสตรีมบิตแบบอนุกรมสำหรับการส่งข้อมูล และแปลงข้อมูลอนุกรมที่รับมากลับเป็นรูปแบบขนาน เพื่อให้ Host Device นำไปประมวลผล

คำว่าอะซิงโครนัส (Asynchronous) หมายถึงรูปแบบการสื่อสารอนุกรมประเภทหนึ่ง ซึ่งอินเทอร์เฟซของอุปกรณ์ทั้งสองฝั่งจะไม่มีการซิงโครไนซ์จังหวะการทำงานด้วยสัญญาณนาฬิการ่วมกัน (Common Clock Signal) แต่ทั้งสองอุปกรณ์จะต้องทำงานโดยใช้พารามิเตอร์การสื่อสารที่เข้ากันได้แทน เช่น อัตราบอด (Baud Rate) และการกำหนดโครงสร้างข้อมูล (Framing Configuration)

สำหรับการสื่อสาร อุปกรณ์ UART มักจะใช้สายสัญญาณส่ง (TX) และสายสัญญาณรับ (RX) แยกกัน พร้อมกับการใช้จุดอ้างอิงกราวนด์ร่วมกัน โดยข้อมูลที่รับโดย UART จะถูกแปลงสลับไปมาระหว่างรูปแบบขนานและอนุกรมตามความต้องการ และถ่ายโอนระหว่างอุปกรณ์ที่กำลังสื่อสารกัน

ประเภทของฮาร์ดแวร์ UART

ที่ RS เรามีไอซีคอมโพเนนต์เซมิคอนดักเตอร์หลากหลายรูปแบบเพื่อรองรับงานออกแบบวงจร โดยสามารถแบ่งประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้

  • ไอซีแบบสแตนด์อะโลน (Stand-alone ICs) : เป็นอุปกรณ์วงจรรวมแยกต่างหาก หรือที่มักเรียกกันว่า UART Chips ซึ่งสามารถนำไปประกอบเข้ากับการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ของคุณเพื่อเปิดใช้งานการสื่อสารได้โดยตรง
  • UART ในไมโครคอนโทรลเลอร์ : อุปกรณ์ต่อพ่วง UART มักจะติดตั้งรวมเข้าไว้ในตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCUs) ซึ่งช่วยให้สามารถสื่อสารแบบอนุกรมได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ UART ไมโครชิปแยกต่างหาก การเลือกใช้ฟังก์ชัน UART ที่มีอยู่ในตัวไมโครคอนโทรลเลอร์สามารถช่วยลดความซับซ้อนในการออกแบบแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และช่วยลดจำนวนชิ้นส่วนอุปกรณ์ลงได้
  • ชิปแปลงสัญญาณเฉพาะทาง : สำหรับการประยุกต์ใช้งานด้านการสื่อสารอุตสาหกรรมที่ต้องการระยะการส่งสัญญาณที่ไกลขึ้นหรือต้องการความสามารถในการต้านทานสัญญาณรบกวนที่ดียิ่งขึ้น UART Interfaces มักจะนำมาใช้งานร่วมกับไอซีรับส่งสัญญาณ (Interface Transceivers) เช่น อุปกรณ์ RS-485 โดยอุปกรณ์ UART to 485 chip เหล่านี้จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณระดับลอจิกของ UART ให้เป็นมาตรฐานการสื่อสารที่เหมาะสมสำหรับเครือข่ายอุตสาหกรรม

การเลือกใช้ UART Chips

ในการเลือก ชิป UART เกรดอุตสาหกรรม เพื่อนำไปออกแบบและประกอบในระบบอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรและช่างเทคนิคจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคที่สำคัญดังต่อไปนี้เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพสูงสุด

  • อัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูล (Baud Rate) : ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ UART รองรับความเร็วในการสื่อสารที่กำหนดของอุปกรณ์ที่นำมาเชื่อมต่อ การเลือกใช้ไอซีที่มีขีดความสามารถของอัตราบอด (Baud Rate) เพียงพอ จะช่วยให้มั่นใจได้ถึงการส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และลดข้อผิดพลาดในการสื่อสารให้น้อยที่สุด
  • ขนาดของบัฟเฟอร์ FIFO (First-In, First-Out) : ขนาดของ FIFO ที่เหมาะสมจะช่วยกักเก็บข้อมูลชั่วคราวในขณะรับส่งข้อมูลปริมาณมาก ซึ่งช่วยลดภาระในการประมวลผลของซีพียูหลักได้อย่างมีนัยสำคัญ ความจุของ FIFO ที่ใหญ่ขึ้นสามารถลดความถี่ในการขัดจังหวะโปรเซสเซอร์ ลดภาระงานของ CPU และช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในระหว่างการถ่ายโอนข้อมูลปริมาณมากได้
  • ระดับแรงดันไฟฟ้า (Voltage Levels) : แรงดันไฟฟ้าของอินเทอร์เฟซ เช่น 1.8 V, 3.3 V, และ 5 V ควรเข้ากันได้กับไมโครคอนโทรลเลอร์ โปรเซสเซอร์ FPGA หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ การจับคู่ระดับลอจิกให้ตรงกันจะช่วยป้องกันปัญหาในการสื่อสาร และลดความจำเป็นในการเพิ่มวงจรแปลงระดับแรงดัน
  • จำนวนช่องสัญญาณ UART (Number of UART Channels) : ไอซี UART มีให้เลือกทั้งแบบช่องสัญญาณเดียว (Single), คู่ (Dual), สี่ช่อง (Quad) และแบบที่มีจำนวนช่องสัญญาณสูงกว่านั้น อุปกรณ์แบบหลายช่องสัญญาณสามารถช่วยลดพื้นที่บนแผ่น PCB ทำให้การออกแบบระบบง่ายขึ้น และลดจำนวนชิ้นส่วนประกอบลงในแอปพลิเคชันที่ต้องการอินเทอร์เฟซแบบอนุกรมหลายช่องทาง
  • การรองรับอินเทอร์เฟซในตัว (Integrated Interface Support) : ไอซี UART บางรุ่นจะรวมฟังก์ชันตัวรับส่งสัญญาณสำหรับมาตรฐานต่าง ๆ เช่น RS-232, RS-422 หรือ RS-485 เข้าไว้ด้วยกัน อุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยลดความซับซ้อนในการออกแบบฮาร์ดแวร์และลดจำนวนชิ้นส่วนประกอบภายนอกที่จำเป็นต้องใช้
  • ประเภทบรรจุภัณฑ์และพื้นที่ติดตั้งบน PCB (Package Type and PCB Footprint) : ไอซี UART มีให้เลือกในรูปแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับยึดติดบนพื้นผิว (Surface-mount) ที่หลากหลาย การเลือกบรรจุภัณฑ์อาจส่งผลต่อความต้องการใช้พื้นที่บนแผ่น PCB กระบวนการผลิต และข้อควรพิจารณาด้านการออกแบบเพื่อระบายความร้อน
  • ช่วงอุณหภูมิในการทำงาน (Operating Temperature Range) : อุปกรณ์หรือชิป UART อุตสาหกรรม มักจะรองรับช่วงอุณหภูมิการทำงานที่กว้างกว่าปกติ การตรวจสอบข้อกำหนดด้านอุณหภูมิจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรม ยานยนต์ หรือสภาพแวดล้อมกลางแจ้งที่สมบุกสมบัน

การนำ ชิป UART ไปใช้งาน

อินเทอร์เฟซประเภทนี้ได้รับความนิยมในโปรเจกต์อิเล็กทรอนิกส์และระบบควบคุมอัตโนมัติ เนื่องจากเป็นโซลูชันฮาร์ดแวร์ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ โดยมีรูปแบบการนำไปใช้งานจริง ดังนี้

  • การเชื่อมต่ออุปกรณ์พ่วงในระบบฝังตัว : ใช้ชิปไอซีเป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์หรือบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์เข้ากับโมเด็มสื่อสาร อุปกรณ์เซ็นเซอร์อัจฉริยะ ตลอดจนโมดูลสื่อสารไร้สาย เช่น Bluetooth หรือ Wi-Fi
  • การบูรณาการร่วมกับมาตรฐานอนุกรมคอมพิวเตอร์ : อุปกรณ์ UART มักนำมาใช้งานร่วมกับมาตรฐานการสื่อสารแบบอนุกรมที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย เช่น RS-232 โดยที่วงจรอินเทอร์เฟซเพิ่มเติมจะทำหน้าที่แปลงระดับลอจิกของ UART ให้เป็นระดับสัญญาณ RS-232 ที่เหมาะสมสำหรับพอร์ตอนุกรมของคอมพิวเตอร์
  • การขยายระยะทางการสื่อสารในโรงงาน : นำไปต่อร่วมกับชิปแปลงสัญญาณภายนอก เช่น UART to 485 Chip เพื่อแปลงสัญญาณให้สามารถส่งได้ระยะไกลขึ้นและเพิ่มความสามารถในการทนต่อสัญญาณรบกวนในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม โดยมีชิป UART ทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักในระดับฮาร์ดแวร์เพื่อขับเคลื่อนโปรโตคอลให้สมบูรณ์

สั่งซื้ออุปกรณ์ชิป UART และเซมิคอนดักเตอร์คุณภาพสูง ได้ที่ RS

หากคุณกำลังมองหาไอซีคอมโพเนนต์สำหรับงานโปรเจกต์ สามารถเข้ามาเช็กสเปกชิป UART และราคาได้ที่หน้าเว็บไซต์ของ RS ศูนย์รวมโซลูชันอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราพร้อมสนับสนุนการทำงานของวิศวกรและช่างเทคนิคด้วยอุปกรณ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกประเภทการใช้งาน จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อย่าง MaxLinear, FTDI Chip, NXP และ Texas Instruments ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานสากล สั่งซื้อออนไลน์ง่ายทั้งราคาปลีกและราคาส่ง พร้อมบริการจัดส่งที่รวดเร็ว ช่วยลดเวลา Downtime ให้กับโปรเจกต์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อเลือกสินค้าให้เหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมของคุณ

85 สินค้าที่แสดงสำหรับ UART

เรียงลำดับตาม
ไม่พร้อมจำหน่ายในตอนนี้
  • RS Stock No. 686-5963
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. XR16C2850CM-F
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB685.84(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB685.84/ชิ้น
หมดสต็อกชั่วคราว
  • RS Stock No. 216-8422
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. FT201XS-U
ยอดรวมย่อย (1 แพ็ค แพ็คละ 5 ชิ้น)
THB386.89(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB77.378/ชิ้น
ไม่พร้อมจำหน่ายในตอนนี้
  • RS Stock No. 700-4380
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. XR21V1414IM48-F
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB358.78(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB358.78/ชิ้น
ไม่พร้อมจำหน่ายในตอนนี้
  • RS Stock No. 769-5567
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. ST16C654IQ64-F
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB675.07(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB675.07/ชิ้น
ไม่พร้อมจำหน่ายในตอนนี้
  • RS Stock No. 700-4371
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. XR21V1412IL32-F
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB295.47(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB295.47/ชิ้น
ผลลัพธ์ต่อหน้า

การค้นหายอดนิยม