Machine Presses

จำหน่ายเครื่องอัดระดับอุตสาหกรรม (Machine Presses)

เครื่องอัด (Machine Press) ถือเป็นหัวใจสำคัญในสายการผลิตระดับอุตสาหกรรมและงานวิศวกรรมโลหการ (Metalworking) โดยเป็นเครื่องจักรกลหนักที่ออกแบบมาเพื่อส่งมอบแรงกดมหาศาล สำหรับใช้จัดการกับวัสดุที่มีความแข็งแรงสูงให้เปลี่ยนรูปทรงได้ตามต้องการ ไม่ว่ากระบวนการทำงานของคุณจะเกี่ยวข้องกับการตัด ดัด พับ หรือการตีขึ้นรูปชิ้นงาน การมีเครื่องอัดที่สามารถส่งกำลังได้อย่างสม่ำเสมอและแม่นยำ คือปัจจัยหลักที่ชี้วัดความสมบูรณ์ของชิ้นงาน ดังนั้น การลงทุนในอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานอย่างเครื่องอัดไฮโดรลิค หรือเครื่องอัดประเภทอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับกำลังการผลิต จะช่วยลดทั้งระยะเวลาและต้นทุน พร้อมยกระดับคุณภาพชิ้นงานให้ผ่านมาตรฐานทางวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด

RS นำเสนอโซลูชันเครื่องอัดอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมทุกระดับการใช้งาน ตั้งแต่อู่ซ่อมบำรุงขนาดเล็กไปจนถึงสายการผลิตในโรงงานขนาดใหญ่ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกกระบวนการขึ้นรูปชิ้นงานจะดำเนินไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

เครื่องอัด (Machine Press) คืออะไร ?

เครื่องอัด (Machine Press) คือเครื่องจักรกลหนักที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการสร้างสรรค์ ปรับเปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงรูปทรงของชิ้นงาน (Workpiece) โดยอาศัยการประยุกต์ใช้แรงดันหรือแรงกดมหาศาล (High Pressure) ลงบนวัสดุเป้าหมายในกระบวนการผลิต

เครื่องจักรชนิดนี้นิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลายในโรงงานอุตสาหกรรม อู่ซ่อมรถยนต์ และกระบวนการแปรรูปโลหะเฉพาะทาง เช่น การขึ้นรูปโลหะแผ่น (Sheet Metal Fabrication) การอัดรีดโลหะ (Metal Extrusion) และการตีขึ้นรูป (Metal Forging) ซึ่งประเภท ขนาด และกำลังของเครื่องจักรที่คุณจำเป็นต้องใช้นั้น จะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละโปรเจกต์และประเภทของอุตสาหกรรมนั้น ๆ ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องอัดแต่ละประเภทและจุดเด่นของเครื่องจักรเหล่านั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

หลักการทำงานของเครื่องอัด

หลักการทำงานพื้นฐานของเครื่องอัด อยู่บนกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ว่าด้วยการถ่ายทอดพลังงานและการรวมศูนย์ของแรงกด ตัวเครื่องจะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานต้นกำลัง ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังงานลม หรือพลังงานจากแรงดันของเหลว ให้กลายเป็นแรงกดเชิงเส้นตรงมหาศาล โดยแรงกดนี้จะส่งผ่านกลไกส่วนหัวอัด และเคลื่อนที่ลงมากระทบกับชิ้นงานที่วางตรงตำแหน่งไว้อย่างแม่นยำบนแท่นรองรับหรือแม่พิมพ์

เมื่อเครื่อง Press ส่งแรงกดออกมามีค่าเกินกว่าจุดคราก (Yield Strength) ของวัสดุ วัสดุนั้นจะเกิดการเสียรูปทางพลาสติก ทำให้สามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ถาวรโดยไม่เกิดการแตกร้าว ทั้งนี้ ความแม่นยำของชิ้นงานที่ได้จะขึ้นอยู่กับการออกแบบแม่พิมพ์และการควบคุมระดับแรงกดให้มีความสม่ำเสมอตลอดทั้งรอบการทำงาน

ประเภทของเครื่องอัดที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม

เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายในสายการผลิต เครื่องอัดจึงพัฒนาและแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามระบบต้นกำลัง แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเครื่องอัดหลากหลายสเปกมากขึ้น แต่โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้

เครื่องอัดระบบลม (Pneumatic Presses)

เครื่องอัดประเภทนี้ทำงานโดยอาศัยการกักเก็บอากาศอัด (Compressed Air) ไว้ในถังพัก (Reservoir) เพื่อนำมาสร้างเป็นแรงดัน จุดเด่นที่สำคัญคือสามารถทำความเร็วในการเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเครื่องอัดประเภทอื่น ๆ และสามารถทำงานต่อเนื่องได้หลายรอบไซเคิลอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เนื่องจากมีชิ้นส่วนกลไกที่เคลื่อนไหวน้อย จึงเป็นเครื่องจักรที่ต้องการบำรุงรักษาค่อนข้างต่ำ

นิยมใช้กับงานย้ำหมุด (Riveting), งานเจาะรู (Punching), งานประกอบชิ้นส่วน (Assembly), งานย้ำสาย (Crimping), งานดัดโค้ง (Bending) และงานอัดสวม (Press-fit)

เครื่องอัดระบบกลไก (Mechanical Presses)

เครื่องอัดระบบกลไกอาศัยการเชื่อมต่อทางกล เช่น ล้อตุนกำลัง เพลาข้อเหวี่ยง เฟือง หรือระบบคานงัด เพื่อสร้างแรงในการขึ้นรูป พลังงานจลน์จากการหมุนของมอเตอร์จะถูกแปลงให้เป็นแรงกดอัดสำหรับการปรับรูปทรง การดัดโค้ง หรือการตัดวัสดุ เครื่องประเภทนี้มีความเร็วในการทำงานสูงกว่าระบบไฮดรอลิค แต่ลักษณะการส่งถ่ายแรงกดจะแปรผันทั้งในด้านความเร็วและขนาดของแรง (Magnitude) ตามจังหวะกลไก ดังนั้น ความแม่นยำในการควบคุมการทำงานจึงจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเครื่องอัดประเภทนี้จะนิยมใช้กับงานตีขึ้นรูปโลหะ (Metal Forging) และงานแปรรูปโลหะแผ่น (Sheet Metal Working)

เครื่องอัดไฮดรอลิค (Hydraulic Presses)

Hydraulic Press Machine ทำงานตามหลักการของปาสกาล โดยแรงดันของไหลไฮดรอลิคจะถูกส่งผ่านกระบอกสูบและวงจรไฮดรอลิคเพื่อสร้างแรงกดอัดที่มหาศาลและสามารถควบคุมได้ ระบบนี้ให้แรงที่ราบรื่นและสม่ำเสมอตลอดช่วงระยะชัก ทำให้เครื่องอัดไฮดรอลิคเหมาะสำหรับการประยุกต์ใช้งานที่ต้องการแรงกดอัดสูงและควบคุมการเคลื่อนที่ได้

การใช้งานเครื่องอัดไฮดรอลิค ถือเป็นมาตรฐานสำหรับงานที่ต้องการแรงกดอัดสูงระดับหลายสิบถึงหลายร้อยตัน โดยการใช้งานทั่วไป นิยมใช้กับงานฟอร์จจิ้ง (Forging), งานหล่อขึ้นรูป (Moulding), งานย้ำยึด (Clinching), งานตัดแบลงก์ (Blanking), งานเจาะรู (Punching), งานขึ้นรูปโลหะ (Metal Forming) และงานลากขึ้นรูปทรงลึก (Deep-Drawing)

เครื่องอัดแบบอาร์บอร์ (Arbor Presses)

เครื่องอัดแบบอาร์บอร์ เป็นเครื่องอัดขนาดเล็กที่มักควบคุมด้วยแรงงานคน ผ่านระบบเฟืองสะพาน นิยมใช้เป็นเครื่องมือประจำโต๊ะทำงาน เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความละเอียดอ่อน แม่นยำ และใช้แรงกดไม่มากนัก เช่น การอัดลูกปืน หรือการสอดหมุดขนาดเล็ก

คู่มือการเลือกซื้อเครื่องอัดให้เหมาะกับหน้างาน

การลงทุนซื้อเครื่องจักรเข้ามาใช้ในโรงงานหรือศูนย์บริการ จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและปลอดภัยสูงสุด โดยมีปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องอัด ดังต่อไปนี้

  • พิกัดแรงกด : ต้องประเมินแรงกดสูงสุดที่ชิ้นงานของคุณต้องการ หากเป็นงานดัดเหล็กโครงสร้างหนา ควรพิจารณาเครื่องอัดไฮดรอลิคที่มีความจุแรงอัดสูงระดับ 20-50 ตันขึ้นไป
  • ขนาดพื้นที่ปฏิบัติงาน : ตรวจสอบขนาดความกว้างของแท่นวางและระยะเปิดสูงสุด เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถนำชิ้นงานและแม่พิมพ์เข้าไปติดตั้งในเครื่องจักรได้อย่างพอดี
  • ความเร็วในการทำงาน : หากสายการผลิตของคุณเน้นปริมาณการผลิตที่รวดเร็ว เครื่องอัดระบบลมหรือระบบกลไกอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่าระบบไฮดรอลิค
  • มาตรฐานความปลอดภัย : ต้องเลือกรุ่นที่มีระบบตัดการทำงานฉุกเฉิน (E-Stop) และเกจวัดแรงดันที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการทำงานเกินกำลัง (Overload) ซึ่งอาจทำให้เครื่องจักรเสียหายหรือเกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
  • ระยะชักและการควบคุมหัวอัด : ระยะชักที่สามารถปรับได้และการควบคุมความเร็วของหัวอัดมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับงานที่ต้องการความลึกในการขึ้นรูปที่แม่นยำ หรือแรงกดประกอบที่สามารถทำซ้ำได้ การควบคุมระยะชักที่ดีขึ้นยังช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์เครื่องมือที่เปราะบางได้อีกด้วย
  • ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์เครื่องมือ : ก่อนการจัดซื้อเครื่องอัด ควรตรวจสอบความเข้ากันได้กับแม่พิมพ์ จิ๊ก ฟิกซ์เจอร์ และอุปกรณ์เครื่องมือเดิมที่มีอยู่ การรองรับอุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐานจะช่วยให้การบำรุงรักษาง่ายขึ้น และลดเวลาสูญเปล่าของระบบการผลิตในระหว่างการเปลี่ยนเครื่องมือ
  • การเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุง : ระบบไฮดรอลิค ซีล จุดหล่อลื่น และชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวควรสามารถเข้าถึงได้ง่ายเพื่อการตรวจสอบและซ่อมบำรุง จะช่วยลดเวลาเครื่องจักรหยุดทำงานให้น้อยที่สุด และช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์ในระยะยาว

ตัวอย่างการใช้งานเครื่องอัดในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ด้วยความสามารถในการสร้างแรงกดที่เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ เครื่องอัดจึงนิยมนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง ยกตัวอย่างเช่น

  • อุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive Industry) : ในอู่ซ่อมรถยนต์และศูนย์บริการ ช่างเครื่องมักใช้เครื่องอัดไฮดรอลิคแบบตั้งพื้นเพื่อถอดและอัดลูกปืนล้อ อัดบูชยางปีกนก หรือแม้แต่การดัดและจัดทรงแชสซีรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ
  • อุตสาหกรรมผลิตและประกอบชิ้นส่วน (Manufacturing) : ใช้ในสายการผลิตแผงวงจรหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมักมีการใช้เครื่องอัดระบบลมขนาดเล็กหรือเครื่องอาร์บอร์ในการย้ำขั้วต่อสายไฟ เจาะรูโครงอะลูมิเนียม หรือประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ
  • อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace) : ชิ้นส่วนอากาศยานต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ จึงมีการใช้เครื่องอัดขนาดมหึมาเพื่อทำการตีขึ้นรูปอะลูมิเนียมและไทเทเนียม ให้ได้โครงสร้างชิ้นส่วนที่มีความหนาแน่นและทนทานต่อแรงเค้นสูง
  • งานประกอบขึ้นรูปทั่วไปและงานซ่อมบำรุง : ในเวิร์กช็อปขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เครื่องอัดก้านโยกแบบใช้มือและเครื่องอัดไฮดรอลิคขนาดเล็กจะนิยมนำมาใช้สำหรับงานต่าง ๆ เช่น การย้ำสลัก การตอกทำเครื่องหมาย การปั๊มขึ้นรูปด้วยแรงกดปานกลาง และการตัดหรือเจาะทะลุด้วยแรงกดสูง

ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติงานเมื่อใช้งานเครื่องอัด

  • การป้องกันผู้ปฏิบัติงานและการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย : เครื่องอัดอุตสาหกรรมควรติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน แผ่นกั้นนิรภัย หรือระบบควบคุมการทำงานแบบสองมือ ตามที่กฎระเบียบด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงานได้กำหนดไว้ อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสกับชิ้นส่วนของเครื่องจักรที่เคลื่อนที่ในระหว่างการปฏิบัติงาน
  • การกระจายแรงกดและการตั้งค่าอุปกรณ์เครื่องมือ : การจัดตำแหน่งแม่พิมพ์ที่ไม่ถูกต้องหรือการกระจายแรงกดที่ไม่สม่ำเสมอ อาจส่งผลให้อุปกรณ์เครื่องมือสึกหรอก่อนกำหนด ชิ้นงานขึ้นรูปไม่ได้ขนาด หรือตัวเครื่องจักรเกิดความเสียหาย ดังนั้น จึงควรตั้งค่าอุปกรณ์อย่างถูกต้อง และตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความแม่นยำและความปลอดภัยในการทำงาน
  • การบำรุงรักษาระบบของไหลไฮดรอลิคและระบบลมอัด : เครื่องอัดไฮดรอลิคจำเป็นต้องมีการตรวจสอบสภาพของน้ำมันไฮดรอลิค ซีล และท่อยางอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่เครื่องอัดระบบนิวเมติกส์จะพึ่งพาการจ่ายลมอัดที่สะอาดและแห้ง ดังนั้น การบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยรักษาเสถียรภาพในการทำงานของเครื่องอัด พร้อมยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

สั่งซื้อเครื่องอัดมาตรฐานงานอุตสาหกรรม จากแบรนด์ชั้นนำที่ RS

ที่ RS ศูนย์รวมโซลูชันอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ เรามีเครื่องอัดมาตรฐานอุตสาหกรรมให้เลือกหลากหลายประเภท ครอบคลุมเครื่องมือเวิร์กช็อปมาตรฐานสากลจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เช่น SAM, Facom, Fortex และ RS PRO พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของงานช่างและวิศวกรรม สั่งซื้อได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมงที่เว็บไซต์ของเรา ทั้งราคาปลีกและราคาส่ง พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ หรือรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คุณเลือกสินค้าที่ตรงตามความต้องการและงบประมาณมากที่สุด

12 สินค้าที่แสดงสำหรับ Machine Presses

หมดสต็อกชั่วคราว
  • RS Stock No. 240-8165
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB23,685.62(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB23,685.62/ชิ้น
มีในสต็อก
  • RS Stock No. 254-850
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB17,645.26(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB17,645.26/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB15,152.12(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB15,152.12/ชิ้น
มีในสต็อก
  • RS Stock No. 235-7110
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. W.PUNCHES-A
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB8,147.42(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB8,147.42/ชิ้น
ไม่พร้อมจำหน่ายในตอนนี้
  • RS Stock No. 270-3310
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. 449-250
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB8,738.83(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB8,738.83/ชิ้น
ไม่พร้อมจำหน่ายในตอนนี้
  • RS Stock No. 282-8473
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. 449-150
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB5,720.78(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB5,720.78/ชิ้น
สินค้าใหม่ - พรีออเดอร์วันนี้
  • RS Stock No. 829-085
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. 0.601.9P0.200
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB126,875.66(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB126,875.66/ชิ้น
มีในสต็อก
  • RS Stock No. 276-8332
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. 01529
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB53,274.58(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB53,274.58/ชิ้น
มีในสต็อกของผู้ผลิต
  • RS Stock No. 282-9158
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. HM-20
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB8,792.66(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB8,792.66/ชิ้น
หมดสต็อกชั่วคราว
  • RS Stock No. 363-0632
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. 50342916
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB41,420.87(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB41,420.87/ชิ้น
มีในสต็อก
  • RS Stock No. 179-922
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. ES450
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB11,882.64(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB11,882.64/ชิ้น
มีในสต็อกของผู้ผลิต
  • RS Stock No. 282-9160
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. HP-15-T
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB65,744.26(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB65,744.26/ชิ้น
ผลลัพธ์ต่อหน้า