Filter Regulator Lubricators

รวมชุดกรองลมดักน้ำจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

ในระบบนิวเมติกส์ (Pneumatic System) “คุณภาพของลม” คือปัจจัยที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่ในความเป็นจริง ลมอัดที่มีสิ่งปนเปื้อนอย่างฝุ่น น้ำ หรือไอน้ำมัน สามารถเร่งการสึกหรอของวาล์ว กระบอกลม และเครื่องมือลมได้อย่างเงียบ ๆ จนนำไปสู่ปัญหาเครื่องจักรหยุดชะงัก ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว การติดตั้ง “ชุดกรองลมดักน้ำ ปรับแรงดันลม” จึงเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านต้นทุนและความปลอดภัยในระยะยาวของสายการผลิต

RS ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรม เข้าใจถึงความสำคัญของการ "เตรียมลม" ที่มีคุณภาพ เราจึงคัดสรร 'ชุดกรองลมดักน้ำ ปรับแรงดันลม' จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมาเป็นตัวเลือกให้ผู้ประกอบการ เพื่อเป้าหมายยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร และลดต้นทุนการซ่อมบำรุงในระยะยาว

ชุดกรองลมดักน้ำคืออะไร?

ชุดกรองลมดักน้ำ หรือชุดควบคุมคุณภาพลม หรือชุดปรับคุณภาพลมอัด หรือที่เรียกกันในวงการวิศวกรรมว่า FRL Unit (Filter Regulator Lubricators) คืออุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพลมอัดที่ติดตั้งอยู่ระหว่างท่อลมหลักกับอุปกรณ์นิวเมติกส์ปลายทาง (เช่น กระบอกลม, โซลินอยด์วาล์ว หรือเครื่องมือลม)

หน้าที่หลักของชุดกรองลมดักน้ำคือการเปลี่ยน "ลมอัดดิบ" ที่เต็มไปด้วยสิ่งปนเปื้อน ให้กลายเป็น "ลมสะอาด" ที่มีแรงดันเหมาะสมและมีการหล่อลื่นที่เพียงพอ เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบ การติดตั้งชุดกรองลมดักน้ำถือเป็นด่านหน้าในการป้องกันความเสียหาย หากขาดอุปกรณ์ชุดนี้ ลมอัดที่มีความชื้นและฝุ่นผงจะเข้าไปกัดกร่อนซีลยาง ลูกสูบ และวาล์วภายใน ทำให้เกิดการรั่วไหลและเครื่องจักรพังเสียหายในที่สุด

กลไกการทำงานของชุดกรองลมดักน้ำ

ชุด FRL ประกอบด้วย 3 ส่วนประกอบหลักที่ทำงานประสานกัน เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ดังนี้

H3: 1. ตัวกรองลม

ตังกรองลม (Air Filter) คือด่านแรกของ Filter Regulator Lubricators ที่ลมอัดต้องเดินทางผ่าน หน้าที่หลักคือการขจัดสิ่งเจือปน แยกของแข็งและของเหลวออกจากอากาศ เพื่อให้ลมปราศจากฝุ่น ผงขัด น้ำ และน้ำมัน โดยเมื่อลมไหลเข้าสู่ตัวกรอง แผ่นบังคับทิศทางจะทำให้ลมหมุนวนเกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง สลัดละอองน้ำและอนุภาคขนาดใหญ่ให้ไปเกาะที่ผนังด้านในถ้วยแก้วและตกลงสู่ก้นถ้วย ส่วนลมจะไหลผ่านไส้กรองเพื่อดักจับฝุ่นที่มีขนาดเล็กตามความละเอียดของไส้กรอง (เช่น 5 ไมครอน หรือ 40 ไมครอน)

H3: 2. วาล์วปรับแรงดันลม

วาล์วปรับแรงดันลม หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Pressure Regulator หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของ ชุดกรองลมดักน้ำ โดยทั่วไปจะติดตั้งอยู่ต่อจากตัวกรองลม ทำหน้าที่ควบคุมแรงดันขาออกให้คงที่ เพื่อให้ลมอัดที่ถูกส่งไปยังเครื่องมือลม หัวขับวาล์ว หรือกระบอกลม มีความสม่ำเสมอตามค่าที่ตั้งไว้

กลไกการทำงานอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างสปริงและแผ่นไดอะแฟรม เมื่อแรงดันขาออกสูงเกินค่าที่กำหนด ไดอะแฟรมจะเคลื่อนตัวเพื่อหรี่ช่องทางลม และเมื่อแรงดันลดต่ำลง แรงสปริงจะดันให้วาล์วเปิดเพื่อเติมลมเข้ามา การรักษาแรงดันให้คงที่นี้ช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับกระบวนการผลิต ลดการสิ้นเปลืองลมอัด และช่วยป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์จากปัญหาแรงดันเกิน

H3: 3. ตัวจ่ายน้ำมันหล่อลื่น

อุปกรณ์ส่วนสุดท้ายทำหน้าที่เติมน้ำมันหล่อลื่นเข้าไปในระบบลมอัด เพื่อช่วยให้การเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนต่าง ๆ ลื่นไหล ลดแรงเสียดทาน และป้องกันการสึกหรอ โดยใช้อาศัยหลักการ Venturi Effect เมื่อลมไหลผ่านคอคอดจะเกิดแรงดูดน้ำมันขึ้นมาจากถ้วยและแตกตัวเป็นละอองฝอยผสมไปกับลม โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ

  • Oil-Fog : สร้างละอองน้ำมันขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวจ่ายน้ำมันและต้องมีการหล่อลื่นหนัก
  • Micro-Fog : สร้างละอองน้ำมันขนาดเล็กที่ละเอียดมาก จนคล้ายควัน สามารถลอยไปตามท่อลมได้ไกล เหมาะสำหรับระบบที่มีความซับซ้อน หรือมีวาล์วหลายตัว

ประโยชน์ของชุดกรองลมดักน้ำที่ผู้ประกอบการควรรู้

  1. ยืดอายุการใช้งานเครื่องจักร : การขจัดน้ำและฝุ่นช่วยป้องกันสนิมและการสึกหรอของซีลยางในกระบอกลมและวาล์ว ทำให้อุปกรณ์ใช้งานได้ยาวนานขึ้นหลายเท่าตัว
  2. ลดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต : ปัญหาเครื่องจักรขัดข้องจาก "ลมสกปรก" เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไลน์ผลิตหยุดชะงัก การมี Filter Regulator Lubricators จะช่วยตัดปัญหานี้ ทำให้กระบวนการผลิตลื่นไหลต่อเนื่อง
  3. ประหยัดพลังงาน : การใช้ FRL Unit ปรับแรงดันลมให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง เช่น ปรับลดจาก 7 บาร์ เหลือ 5 บาร์ ตามที่เครื่องจักรกำหนด ช่วยลดภาระของปั๊มลมและประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมหาศาล
  4. ความปลอดภัย : การควบคุมแรงดันไม่ให้เกินขีดจำกัด ป้องกันอุบัติเหตุจากท่อลมระเบิดหรืออุปกรณ์เสียหายรุนแรง

ชุดกรองลมดักน้ำกี่ประเภท ?

  • แบบโมดูลาร์ (Modular FRL) : ชุดกรองลมดักน้ำประเภทนี้เป็นการนำตัวกรองลม วาล์วปรับแรงดัน และตัวจ่ายน้ำมัน มาติดตั้งเรียงต่อกันในลักษณะโมดูลแยกอิสระ รูปแบบการติดตั้งนี้ช่วยให้การออกแบบระบบมีความยืดหยุ่นสูง และยังช่วยให้งานบำรุงรักษาง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถเลือกถอดเปลี่ยนอุปกรณ์เฉพาะชิ้นที่ต้องการได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด
  • แบบรวมหน่วย หรือพิกกี้แบ็ค (Piggyback) : เป็นการรวมตัวกรองและตัวปรับแรงดันไว้อยู่ในตัวเดียวกัน (2-in-1) แล้วต่อด้วยตัวจ่ายน้ำมัน เช่น Filter-Regulator + Lubricator จะช่วยประหยัดพื้นที่ติดตั้ง เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่มีพื้นที่จำกัด
  • แบบแยกชิ้น (Individual Units) : เลือกติดตั้งเฉพาะส่วนที่จำเป็น เช่น งานพ่นสี อาจจะติดตั้งแค่ Filter และ Regulator แต่ไม่ติดตั้ง Lubricator เพราะห้ามมีน้ำมันปนเปื้อนในสี

คู่มือการเลือกชุดกรองลมดักน้ำให้เหมาะกับความต้องการ

  1. อัตราการไหล : นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุด ต้องเลือกขนาดชุดกรองลมดักน้ำที่รองรับปริมาณลม (ลิตร/นาที หรือ CFM) ที่เครื่องจักรต้องการ หากเลือกขนาดเล็กเกินไปจะเกิดปัญหาแรงดันตก ทำให้เครื่องจักรทำงานไม่มีแรง หรือไม่เต็มประสิทธิภาพ
  2. ขนาดเกลียว : ตรวจสอบขนาดท่อลมเดิมว่าเป็นขนาดเท่าไร (เช่น 1/4", 3/8", 1/2" หรือ 1") ควรเลือกขนาดเกลียวให้สอดคล้องกัน เพื่อเลี่ยงการใช้ข้อต่อลดขนาดซึ่งอาจขัดขวางการไหลของลม
  3. ความละเอียดในการกรอง
  • 40 ไมครอน : สำหรับเครื่องมือลมทั่วไป บล็อกลม
  • 5 ไมครอน : สำหรับวาล์วควบคุม กระบอกลมทั่วไป
  • 0.01 ไมครอน : สำหรับงานที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น เครื่องมือวัด หรือระบบทำสี
  1. ระบบระบายน้ำทิ้ง
  • Manual Drain : ต้องเปิดวาล์วระบายน้ำเอง ราคาประหยัด แต่ถ้าลืมเปิด น้ำอาจล้นเข้าระบบ
  • Auto Drain : ระบายน้ำอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็มถ้วย เหมาะสำหรับจุดที่เข้าถึงยากหรือต้องการลดภาระผู้ดูแล
  1. วัสดุของถ้วยกรอง : หากติดตั้งในพื้นที่ที่มีสารเคมีระเหยหรือมีความเสี่ยงต่อการกระแทก ควรเลือกถ้วยโลหะ แทนถ้วยโพลีคาร์บอเนตเพื่อความปลอดภัย
  2. ความจำเป็นในการหล่อลื่น : อุปกรณ์นิวเมติกส์รุ่นใหม่หลายชนิดออกแบบมาให้ทำงานได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน ดังนั้น ควรเลือกติดตั้งตัวจ่ายน้ำมันหล่อลื่นเฉพาะในกรณีที่เครื่องจักรต้องการจริง ๆ เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันเข้าไปทำลายซีลยางบางประเภท รวมถึงช่วยลดปัญหาการปนเปื้อนในระบบ
  3. ความสะดวกในการบำรุงรักษา : การมองเห็นระดับน้ำในถ้วยกรองได้ชัดเจน, ความสะดวกในการเข้าถึงจุดระบายน้ำทิ้ง และทางเลือกในการถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนแบบโมดูลาร์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความถี่ในการตรวจสอบสภาพชุดกรองลมดักน้ำและช่วยประหยัดต้นทุนการดูแลรักษาในระยะยาว

ตัวอย่างการใช้ชุดกรองลมดักน้ำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

  • อุตสาหกรรมยานยนต์ : ใช้ชุดกรองลมดักน้ำความละเอียดสูงและดักละอองน้ำมันในห้องพ่นสีรถยนต์ เพื่อป้องกันสีปนเปื้อนและเกิดเม็ดฝุ่นบนตัวถัง
  • อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ : เครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ทำงานด้วยความเร็วสูง ต้องการแรงดันลมที่นิ่ง และการหล่อลื่นต่อเนื่อง เพื่อให้กระบอกลมทำงานสัมพันธ์กันอย่างแม่นยำ
  • โรงงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ : ต้องการลมที่แห้งสนิทและไม่มีไฟฟ้าสถิต ชุดกรองลมดักน้ำจึงต้องทำงานร่วมกับ Air Dryer เพื่อกำจัดความชื้นให้เหลือน้อยที่สุด
  • อุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ : เป็นอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดเรื่องความสะอาดเข้มงวดที่สุด ลมอัดที่ใช้ในการลำเลียงเม็ดยาหรือเป่าแผงยาต้องมีความบริสุทธิ์สูง ปราศจากน้ำมันและเชื้อโรค จึงจำเป็นต้องใช้ชุดกรองลมดักน้ำที่มีความละเอียดสูง (0.01 ไมครอน) ร่วมกับตัวกรองกลิ่น และต้องควบคุมแรงดันให้คงที่เพื่อความแม่นยำในการผลิต

เลือกซื้อชุดกรองลมดักน้ำคุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำที่ RS

ผู้ประกอบการคนไหนกำลังมองหาแหล่งจำหน่ายชุดกรองลมดักน้ำคุณภาพสูงในราคาคุ้มค่า และมีตัวเลือกครบครัน ต้องมาที่ RS ผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ เรามีชุดกรองลมดักน้ำจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง SMC, Festo, รวมถึงแบรนด์ของเราเองอย่าง RS PRO และแบรนด์ระดับโลกอีกมากมาย มีชุดกรองลมดักน้ำราคาปลีกและราคาส่งให้เลือก นอกจากนี้เรายังมีจำหน่ายอุปกรณ์เตรียมคุณภาพลมสำหรับระบบนิวเมติกส์ ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ประกอบการ เลือกซื้อสินค้าได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมงบนเว็บไซต์ของเรา พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศไทย หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อชุดกรองลมดักน้ำที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมของคุณ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของเราได้เลย

316 สินค้าที่แสดงสำหรับ Filter Regulator Lubricators

เรียงลำดับตาม
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB5,301.90(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB5,301.90/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB8,341.25(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB8,341.25/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB12,890.35(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB12,890.35/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB4,271.85(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB4,271.85/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB10,076.26(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB10,076.26/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB4,271.85(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB4,271.85/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB4,447.12(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB4,447.12/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB14,716.78(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB14,716.78/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB3,851.56(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB3,851.56/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB8,029.21(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB8,029.21/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB10,117.99(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB10,117.99/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB9,823.29(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB9,823.29/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB6,000.64(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB6,000.64/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB13,313.69(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB13,313.69/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB5,704.41(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB5,704.41/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB5,072.89(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB5,072.89/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB5,414.43(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB5,414.43/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB10,197.49(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB10,197.49/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB3,294.16(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB3,294.16/ชิ้น
มีในสต็อกของผู้ผลิต
  • RS Stock No. 625-618
  • หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต / Mfr. Part No. ATU T2510101
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB6,787.89(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB6,787.89/ชิ้น
ผลลัพธ์ต่อหน้า