Blow Guns

รวมปืนเป่าลม หลากหลายรูปแบบและแบรนด์ไว้ที่เดียว

ในกระบวนการผลิตหรือการซ่อมบำรุงเครื่องจักร การรักษาความสะอาดของพื้นที่ทำงานและอุปกรณ์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ “ปืนเป่าลม” จึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่หลายโรงงานอุตสาหกรรมขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะช่วยเป่าฝุ่น สิ่งสกปรก หรือเศษวัสดุที่เกาะติดอยู่กับพื้นผิวต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังใช้งานง่าย ติดตั้งสะดวก และให้แรงเป่าที่สามารถควบคุมได้ตามต้องการ

ปืนเป่าลมคืออะไร ?

ปืนเป่าลม หรือเครื่องเป่าลม มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น Blow Gun, Air Pressure Gun, High-Pressure Gun, Air Gun หรือ Blower เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับฉีดพ่นลมอัดเพื่อกำจัดฝุ่น เศษผง เส้นใย หรือสิ่งสกปรกออกจากชิ้นงานหรือพื้นที่ทำงาน ลักษณะโดยทั่วไปจะประกอบด้วยด้ามจับที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และหัวฉีดที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อควบคุมทิศทางและแรงดันของลมที่ออกมา

ปืนเป่าลมผลิตขึ้นจากวัสดุคุณภาพสูง ทั้งปืนลมพลาสติกทนแรงกระแทก หรือโลหะอัลลอยที่มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการใช้งานหนัก และมีความปลอดภัยสูง ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ ปืนลมจึงเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทุกโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการรักษาความสะอาดและความแม่นยำในกระบวนการผลิต

หลักการทำงานของปืนเป่าลม

หลักการทำงานของปืนฉีดลมนั้นเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง โดยอุปกรณ์จะเชื่อมต่อกับเครื่องอัดอากาศ (Air Compressor) ผ่านท่อลม เมื่อผู้ใช้งานกดไกหรือคันบังคับ วาล์วภายในจะเปิดออกเพื่อปล่อยให้ลมอัดไหลผ่านหัวฉีด (Nozzle) ออกมาด้วยความเร็วและแรงดันสูง

จากหลักการทำงานข้างต้น จะเห็นว่าปืนเป่าลมเป็นอุปกรณ์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งในด้านแรงดันลม ปริมาณลม และโครงสร้างทางกายภาพ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น การทำความเข้าใจข้อมูลทางเทคนิคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยมีข้อที่ควรรู้ดังนี้

คุณสมบัติเด่นและข้อมูลทางเทคนิค

  • ช่วงแรงดัน : ปืนลมเป่าฝุ่นส่วนใหญ่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงแรงดัน 30 ถึง 120 psi (2 ถึง 8 บาร์) แต่ควรตรวจสอบแรงดันที่แนะนำของแต่ละรุ่นก่อนใช้งานเสมอ
  • ปริมาณลม (CFM) : การใช้ลมจะขึ้นอยู่กับขนาดและรูปทรงของหัวฉีด โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วง 2 ถึง 10 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที (CFM)
  • ขนาดหัวฉีด : มีให้เลือกหลายขนาด เช่น 2 มม. ถึง 10 มม. เพื่อรองรับลักษณะงานและความต้องการของปริมาณลมที่แตกต่างกัน

คุณสมบัติด้านความปลอดภัย :

  • ระบบตัดลมอัตโนมัติ : กลไกความปลอดภัยภายในที่หยุดการไหลของลมโดยอัตโนมัติหากปืนเป่าลมหล่น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดการสูญเสียลมอัด
  • ประเภทของตัวควบคุม :
    • คันโยกปล่อยลม (Discharge Lever) : อยู่ในแนวเดียวกับท่อลม ใช้งานง่าย
    • ไกปืน (Trigger) : อยู่ในมุม 90 องศากับท่อลม ช่วยให้จับถนัดมือยิ่งขึ้น

โดยปืนลมอัดอากาศทั้งสองประเภทตัวควบคุมสามารถควบคุมปริมาณลมได้อย่างแม่นยำ และออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวก แม้ในขณะสวมถุงมือป้องกัน

ประโยชน์ของปืนเป่าลมที่ผู้ประกอบการควรรู้

  • ลดเวลาในการทำความสะอาดพื้นที่หรือชิ้นงาน : เครื่องเป่าลมไร้สายช่วยเป่าฝุ่นละออง เศษวัสดุ หรือคราบจากกระบวนการผลิตได้รวดเร็วโดยไม่ต้องสัมผัส
  • ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของชิ้นส่วน : โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์หรืออุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง การเป่าแบบไม่สัมผัสจะช่วยป้องกันรอยหรือไฟฟ้าสถิตที่อาจทำลายชิ้นงาน
  • ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องจักร : การเป่าล้างฝุ่นและสิ่งสกปรกออกจากชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวบ่อย จะช่วยลดการสึกหรอและการสะสมของสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เกิดความเสียหาย
  • รองรับการทำงานแบบเฉพาะทาง : หัวฉีดที่หลากหลาย เช่น Venturi หรือปลายยาง ช่วยให้สามารถใช้งานได้ในหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การเป่าท่อเล็กไปจนถึงพื้นที่อับชื้น
  • ช่วยรักษาความสะอาดในบริเวณที่เข้าถึงยาก : เช่น ซอกมุมของเครื่องจักร ลิ้นชักไฟฟ้า หรือพื้นที่ด้านในอุปกรณ์
  • ลดภาระด้านแรงงานและต้นทุน : เนื่องจากสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมมาก และใช้พนักงานน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการทำความสะอาดแบบดั้งเดิม

ปืนเป่าลมมีกี่ประเภท ?

  1. ปืนเป่าลมมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย (Standard Safety Blow Guns) : เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป มีระบบความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงในการใช้งาน
  2. ปืนลมหัวเล็ก (Small Diameter Blow Guns) : ออกแบบมาให้มีหัวฉีดขนาดเล็กที่สามารถสอดเข้าไปในช่องแคบหรือพื้นที่จำกัดได้ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง
  3. ปืนฉีดลมหัวยาง (Rubber Tip Blow Guns) : มีปลายหัวฉีดเป็นยางเพื่อป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนบนพื้นผิวที่บอบบาง เหมาะสำหรับงานที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
  4. ปืนเป่าลมหัวอ่อน (Flexible Tip Blow Guns) : มีหัวฉีดที่สามารถโค้งงอได้ ช่วยให้สามารถใช้งานในจุดที่มีมุมเข้าถึงยากหรือซอกหลืบได้ดียิ่งขึ้น
  5. ปืนเป่าลมแบบเวนจูรี่ (Venturi Blow Guns) : เป็นปืนลมโลหะที่มีรูเล็ก ๆ รอบหัวฉีดที่ช่วยดึงอากาศจากภายนอกเข้ามาผสม ทำให้เพิ่มปริมาณการไหลของลมโดยไม่ต้องเพิ่มแรงดัน ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพ
  6. ปืนเป่าลมแบบยาว (Extended Blow Guns) : มีความยาวมากกว่าปกติเพื่อเพิ่มระยะการเข้าถึง มีทั้งแบบตรงและแบบโค้งเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ที่เข้าถึงยากได้ดียิ่งขึ้น
  7. ปืนลม PVC : ผลิตจากวัสดุ PVC คุณภาพสูง มีน้ำหนักเบา ราคาประหยัด ทนต่อสารเคมีและการกัดกร่อน เหมาะสำหรับงานเบาถึงปานกลางในอุตสาหกรรมที่มีสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี

นอกจากการแบ่งประเภทตามลักษณะการใช้งานและวัสดุแล้ว ยังสามารถแบ่งเครื่องเป่าลมตามจังหวะการทำงานได้อีกด้วย เช่น เครื่องเป่าลม 2 จังหวะ กับเครื่องเป่าลม 4 จังหวะ เป็นต้น

คู่มือการเลือกปืนเป่าลมให้เหมาะกับความต้องการ

1. ลักษณะของงานที่ใช้

  • หากเป็นงานเป่าฝุ่นทั่วไป อาจเลือกปืนหัวมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นงานเป่าลึกหรือต้องการแรงลมสูง ควรเลือกหัว Venturi หรือปืนแรงดันสูงด้ามยาว

2. พื้นที่ในการใช้งาน

  • สำหรับพื้นที่แคบหรือเข้าถึงยาก ให้เลือกหัวฉีดแบบยืดหยุ่นหรือหัวเล็กเพื่อความคล่องตัว

3. ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

  • ปืนเป่าลมปัดฝุ่นที่มีระบบตัดลมอัตโนมัติเมื่อหล่นหรือได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัย จะช่วยลดความเสี่ยงในพื้นที่ทำงาน
  • ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสมอยู่เสมอ เช่น แว่นตานิรภัยและอุปกรณ์ป้องกันเสียง ขณะใช้งานปืนเป่าลม

4. วัสดุของตัวปืน

  • งานต่อเนื่องที่เป็นงานหนักควรเลือกปืนโลหะเพื่อความทนทาน ส่วนงานเบาทั่วไปสามารถใช้ปืนพลาสติกเพื่อความเบาและควบคุมง่าย

5. แรงดันและปริมาณลมที่รองรับ

  • ตรวจสอบว่าเครื่องอัดลมสามารถรองรับแรงดันที่ปืนต้องการ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการเป่าที่สม่ำเสมอ

ตัวอย่างการใช้ปืนเป่าลมในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ปืนแรงดันอากาศ เป็นอุปกรณ์สารพัดประโยชน์ที่พบได้แทบทุกภาคอุตสาหกรรม โดยสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เช่น

  • อุตสาหกรรมยานยนต์ ใช้เป่าเศษโลหะ เศษฝุ่นจากผิวชิ้นงานก่อนประกอบ เพื่อความสะอาดและความแม่นยำในการติดตั้งหรือเชื่อม
  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เป่าทำความสะอาด PCB, เมนบอร์ด หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าโดยไม่สัมผัส ช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าสถิต
  • อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และงานไม้ ใช้เป่าเศษขี้เลื่อยออกจากผิวไม้หลังการขัด ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการลงสีหรือลงแล็กเกอร์
  • อุตสาหกรรมยางและพลาสติก ใช้เป่าเศษเม็ดพลาสติก ฝุ่นจากการฉีดขึ้นรูป หรือทำความสะอาดแม่พิมพ์
  • อุตสาหกรรมซ่อมบำรุงและเครื่องกล ใช้ในการล้างเศษผง หรือเศษโลหะภายในเครื่องจักรระหว่างการบำรุงรักษา เพื่อป้องกันความเสียหายจากการสะสมของฝุ่น
  • ศูนย์บริการยางและเครื่องยนต์ ใช้ร่วมกับเครื่องเติมลม เป่าทำความสะอาดบริเวณจานเบรก หรือล้อแม็กซ์หลังการถอดประกอบ

การเลือกใช้ปืนเป่าเครื่องอัดอากาศอย่างถูกต้องในแต่ละสถานการณ์ นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรและลดต้นทุนด้านแรงงานได้อย่างมีนัยสำคัญ

เลือกปืนเป่าลมคุณภาพสูง หลากหลายแบรนด์ชั้นนำที่ RS

ผู้ประกอบการคนไหนกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อปืนเป่าลมหรือเครื่องเป่าลมไร้สายยี่ห้อไหนดี ต้องมาที่ RS ผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ เราคัดสรรเครื่องเป่าลมราคาคุ้ม คุณภาพเยี่ยม จากแบรนด์ชั้นนำที่ได้มาตรฐานมาให้เลือกซื้อได้สะดวก เช่น SMC, PREVOST, RS PRO และอีกมากมาย มีปืนเป่าลมทั้งราคาปลีกและราคาส่ง ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ประกอบการ เลือกซื้อสินค้าได้สะดวกตลอด 24 ชม. บนเว็บไซต์ของเรา พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศไทย หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อปืนเป่าลมสำหรับงานหนักที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมของคุณ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของเราได้เลย

143 สินค้าที่แสดงสำหรับ Blow Guns

ผลลัพธ์ต่อหน้า

การค้นหายอดนิยม