Shaft Collars

ปลอกเพลา (Shaft Collar) ตัวช่วยยกระดับเสถียรภาพเครื่องจักร

การหยุดชะงักของเครื่องจักรเพียงเสี้ยวนาทีคือต้นทุนมหาศาลที่ธุรกิจต้องแบกรับ “ปลอกเพลา” จึงถือเป็นอุปกรณ์ที่วิศวกรซ่อมบำรุงและฝ่ายจัดซื้อไม่ควรมองข้าม แม้จะเป็นเพียงชิ้นส่วนขนาดเล็ก แต่ปลอกเพลาคือหัวใจหลักในการรักษาตำแหน่งชิ้นส่วน ช่วยป้องกันการเคลื่อนที่ตามแนวแกน และสนับสนุนการทำงานของระบบเครื่องกลให้มีเสถียรภาพ

RS ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรม จึงคัดสรรปลอกเพลาคุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อส่งมอบความแม่นยำ ทนทาน และตอบโจทย์ทุกสายการผลิตอย่างคุ้มค่าที่สุด

ปลอกเพลาคืออะไร ?

ปลอกเพลา หรือที่มีชื่อเรียกในวงการวิศวกรรมหลากหลายชื่อ เช่น ตัวล็อกเพลา ปลอกรัดเพลา ส่วนภาษาอังกฤษก็สามารถเรียกได้ทั้ง Shaft Collars, Shaft Clamps, และ Locking Collars คืออุปกรณ์เชิงกลที่มีลักษณะเป็นวงแหวนทรงกลม ผลิตขึ้นจากวัสดุประเภทโลหะหรือพลาสติกวิศวกรรม ออกแบบมาสำหรับสวมเข้ากับเพลาของเครื่องจักรโดยเฉพาะ แม้ว่ารูปทรงภายนอกจะดูเรียบง่าย แต่ปลอกเพลากลับจัดเป็นหนึ่งในส่วนประกอบเครื่องจักรที่สำคัญที่สุดในภาคอุตสาหกรรมยุคปัจจุบันที่มีลักษณะเป็นวงแหวนทรงกลม ผลิตขึ้นจากวัสดุประเภทโลหะหรือพลาสติกวิศวกรรม ออกแบบมาสำหรับสวมเข้ากับเพลาของเครื่องจักรโดยเฉพาะ แม้ว่ารูปทรงภายนอกจะดูเรียบง่าย แต่ปลอกเพลากลับจัดเป็นหนึ่งในส่วนประกอบเครื่องจักรที่สำคัญที่สุดในภาคอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน

หน้าที่หลักของปลอกเพลาคือ การยึดตำแหน่งของชิ้นส่วนต่าง ๆ บนเพลาไม่ให้เคลื่อนที่หลุดหรือไถลออกจากตำแหน่งแนวแกนที่กำหนดไว้ เช่น การยึดตลับลูกปืน การล็อกตำแหน่งของเฟืองโซ่ มู่เล่ หรือใช้ในการกำหนดตำแหน่งในชุดประกอบมอเตอร์และเกียร์บ็อกซ์ นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้เป็นตัวหยุดเชิงกล สำหรับจำกัดระยะการเคลื่อนที่ของแกนกระบอกสูบหรือระบบลิเนียร์ไกด์ได้อีกด้วย

หลักการทำงานของปลอกเพลา

หลักการทำงานพื้นฐานของปลอกเพลา คือการสร้างแรงจับยึดผ่านความเสียดทานระหว่างพื้นผิวด้านในของตัวปลอกกับพื้นผิวด้านนอกของเพลา เพื่อต้านทานการเลื่อนตำแหน่งตามแนวแกน โดยกลไกในการสร้างแรงยึดเกาะจะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างของปลอกเพลาแต่ละประเภท ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการรับภาระโหลด และลักษณะรอยสัมผัสบนผิวเพลา

เมื่อติดตั้งปลอกรัดเพลาเข้ากับตำแหน่งที่ต้องการบนเพลาเรียบร้อยแล้ว การขันแน่นด้วยสกรูจะทำให้ปลอกเพลาเกิดการโอบรัดหรือกดทับลงบนผิวเพลาอย่างมั่นคง ส่งผลให้ชิ้นส่วนเชิงกลที่อยู่ข้างเคียง เช่น ตลับลูกปืน (Shaft Collar Bearing) หรือเฟืองส่งกำลัง ไม่สามารถเคลื่อนที่ไถลไปตามความยาวของเพลาได้ ปลอกเพลาที่ดีจะต้องสามารถกระจายแรงโอบรัดได้อย่างสม่ำเสมอรอบเส้นผ่านศูนย์กลางของเพลา เพื่อป้องกันการเกิดความเค้นหนาแน่นที่จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เพลาบิดเบี้ยว เสียศูนย์ หรือเกิดการสั่นสะเทือนในขณะที่เครื่องจักรทำงานด้วยความเร็วรอบสูง

ทำไมผู้ประกอบการถึงควรลงทุนซื้อปลอกเพลาคุณภาพสูง ?

  1. ปกป้องผิวเพลาจากการชำรุดเสียหาย :ปลอกเพลาเกรดต่ำหรือเลือกใช้ผิดประเภท มักจะทิ้งรอยลึก รอยครูด หรือรอยบากหนาบนผิวเพลาเมื่อได้รับแรงบิดสูง ทำให้การถอดประกอบหรือปรับระยะในอนาคตทำได้ยากยิ่ง และในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อาจทำให้เพลาหลักของเครื่องจักรเสียหายจนต้องเปลี่ยนเพลาใหม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าค่าปลอกเพลาหลายเท่าตัว
  2. ลดเวลาที่เครื่องจักรหยุดทำงาน :ปลอกเพลาแบรนด์ชั้นนำมีการผลิตที่แม่นยำสูง ทำให้การติดตั้ง การตั้งศูนย์ และการถอดเพื่อซ่อมบำรุงทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ช่วยให้วิศวกรสามารถเคลียร์งานซ่อมบำรุงประจำปีหรือการแก้ไขหน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลา Downtime ของสายการผลิต
  3. เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน : ด้วยแรงยึดเกาะที่สม่ำเสมอและทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนสูง ตัวล็อกเพลาคุณภาพสูงจะช่วยป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนหมุนความเร็วสูงหลุดกระเด็นออกจากแกนเพลา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อพนักงานในไลน์ผลิตและลดความเสียหายของโครงสร้างเครื่องจักรโดยรอบ
  4. ความแม่นยำและเสถียรภาพในการผลิต :ปลอกเพลาที่ได้มาตรฐานจะช่วยรักษาระยะและตำแหน่งของชิ้นส่วนส่งกำลังได้อย่างแม่นยำยาวนาน ไม่เกิดการขยับเขยื้อนเนื่องจากแรงล้า ทำให้ชิ้นงานที่ผลิตออกมามีความสม่ำเสมอและมีของเสียต่ำ

ปลอกเพลามีกี่ประเภท ?

ปลอกเพลา (Shaft Collars)นิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลายเพื่อการจัดตำแหน่ง กำหนดจุด และยึดชิ้นส่วนต่าง ๆ บนเพลาในระบบเครื่องกลและอุตสาหกรรม โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะการจับยึดเข้ากับเพลา การทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างประเภทเหล่านี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเลือกรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น แรงจับยึด การป้องกันความเสียหายของเพลา ความสะดวกในการติดตั้ง และการบำรุงรักษาในระยะยาว

1. ปลอกเพลาแบบสกรูยึด (Set Screw Shaft Collars)

ปลอกเพลาแบบสกรูยึด เป็นหนึ่งในรูปแบบดั้งเดิมและนิยมใช้งานกันมากที่สุด โดยจะยึดให้อยู่กับที่ด้วยการขันสกรูตัวหนอนหนึ่งตัวหรือมากกว่านั้นให้กดทับลงบนพื้นผิวของเพลาโดยตรง การทำงานลักษณะนี้จะสร้างจุดสัมผัสเฉพาะที่ ซึ่งก่อให้เกิดแรงจับยึดผ่านความเสียดทานและการยุบตัวของวัสดุเพียงเล็กน้อย

  • ข้อดี :ปลอกเพลาประเภทนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานที่เน้นความคุ้มค่าด้านต้นทุนและความเรียบง่ายเป็นหลัก สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อใช้กับวัสดุเพลาที่ค่อนข้างนิ่ม ซึ่งจะช่วยให้ปลายสกรูสามารถจิกเพื่อสร้างแรงจับยึดที่แน่นหนาขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้ ปลอกเพลาแบบสกรูยึดจึงมักนิยมนำมาใช้ในระบบที่ไม่จำเป็นต้องมีการปรับตั้งตำแหน่งบ่อยครั้งหลังจากการติดตั้ง
  • ข้อจำกัด : สกรูตัวหนอนจะสร้างความเสียหายเป็นรอยบุ๋มหรือเศษเนื้อโลหะนูนขึ้นมาบนผิวเพลา ทำให้การถอดเปลี่ยน ปรับระยะ หรือขยับตำแหน่งปลอกเพลาทำได้ยากในภายหลัง และบ่อยครั้งที่วิศวกรต้องใช้เครื่องมือเจียรผิวเพลาก่อนจึงจะสามารถถอดปลอกเพลาออกได้

2. ปลอกเพลาแบบบีบรัด หรือแบบแคลมป์ (Clamping Shaft Collars)

ปลอกเพลาแบบบีบรัด หรือแบบแคลมป์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อยึดชิ้นส่วนที่มีความสม่ำเสมอและช่วยให้ควบคุมได้ดียิ่งขึ้น แทนที่จะอาศัยแรงกดเฉพาะจุด ใช้กลไกการบีบรัดที่กดทับรอบ ๆ เพลาอย่างสม่ำเสมอเมื่อทำการขันแน่น ซึ่งจะช่วยกระจายแรงจับยึดไปทั่วทั้งพื้นผิวสัมผัส ส่งผลให้มีความเสถียรเพิ่มขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงที่เพลาจะได้รับความเสียหาย

  • ข้อดี : ปลอกเพลาแบบบีบรัดช่วยให้การจัดตำแหน่งมีความแม่นยำและสามารถทำซ้ำได้ เนื่องจากมีแรงบีบรัดรอบเส้นรอบวงที่สม่ำเสมอ การออกแบบที่ไม่กดจิกหรือเจาะทะลุช่วยรักษาสภาพพื้นผิวของเพลา ทำให้สามารถติดตั้ง ถอดออก และปรับเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ได้หลายครั้งโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย นอกจากนี้ ความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการจับยึดอย่างคงที่ภายใต้สภาวะการทำงานแบบ Dynamic เช่น การสั่นสะเทือนและภาระงานที่เปลี่ยนแปลง ยังช่วยเพิ่มความเสถียรให้แก่ระบบ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงและเครื่องจักรกลอัตโนมัติ
  • ข้อจำกัด : โดยทั่วไปจะมีต้นทุนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับแบบสกรูยึด เนื่องจากมีการออกแบบที่ซับซ้อนกว่า ขนาดของปลอกเพลาตามแนวรัศมีที่ใหญ่ขึ้นอาจเป็นข้อจำกัดต่อการใช้งานในพื้นที่ที่มีความคับแคบ นอกจากนี้ การใช้แรงบิดในการติดตั้งที่ถูกต้องยังเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้แรงบีบรัดที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากการขันที่แน่นไม่พอหรือขันไม่สม่ำเสมออาจทำให้ประสิทธิภาพในการจับยึดลดลงได้

แบบชิ้นเดียว (One-piece Clamping Shaft Collars)

ออกแบบให้มีรอยผ่าเพียงจุดเดียว (Single-Slit Design) ซึ่งช่วยให้ตัวปลอกสามารถบีบรัดเข้ากับเพลาได้อย่างแน่นหนาเมื่อทำการขันสกรูยึด ให้ความสมดุลระหว่างความแข็งแรงและความเรียบง่าย จึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับการใช้งานทั่วไป

เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบชิ้นเดียว ปลอกเพลาประเภทนี้จึงต้องติดตั้งโดยการสวมเลื่อนเข้าไปจากปลายเพลาด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับระบบที่สามารถเข้าถึงปลายเพลาได้ในระหว่างขั้นตอนการประกอบ อุปกรณ์นี้มอบประสิทธิภาพการจับยึดที่เชื่อถือได้ในขณะที่ยังคงมีรูปทรงที่ค่อนข้างกะทัดรัด จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด และไม่มีข้อจำกัดในเรื่องช่องทางการเข้าถึงเพื่อติดตั้ง

แบบสองชิ้น หรือปลอกเพลาแบบแยก (Two-piece Clamping Shaft Collars)

ปลอกเพลาแบบบีบรัดสองชิ้น หรือที่รู้จักกันในชื่อปลอกเพลาแบบผ่าซีก ได้รับการออกแบบให้แยกออกเป็นสองส่วนประกอบเข้าด้วยกันรอบ ๆ เพลาโดยใช้สกรูยึด โครงสร้างลักษณะนี้ช่วยให้สามารถติดตั้งได้โดยไม่จำเป็นต้องสวมเลื่อนจากปลายเพลา ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในระบบที่มีความซับซ้อนหรือมีความหนาแน่นสูง

ปลอกเพลาประเภทนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการใช้งานที่มีการติดตั้งชิ้นส่วนอื่น ๆ เช่น ตลับลูกปืน เฟือง หรือมู่เล่ย์ ไว้บนเพลาอยู่ก่อนแล้ว การบำรุงรักษาและการติดตั้งจึงสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากสามารถจัดวางปลอกเพลาลงในตำแหน่งที่ต้องการได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องถอดรื้อชิ้นส่วนเดิมที่มีอยู่ออก

นอกจากนี้ ปลอกเพลาแบบสองชิ้นมักจะให้แรงบีบรัดที่มากกว่าเมื่อเทียบกับการออกแบบแบบชิ้นเดียว เนื่องจากมีกลไกการขันแน่นที่สมมาตร ทำให้เหมาะสมอย่างยิ่งกับการใช้งานที่รับภาระหนัก ซึ่งต้องอาศัยความมั่นคงในการจัดตำแหน่งและความสะดวกในการติดตั้งอย่างยิ่ง

คู่มือการเลือกปลอกเพลาให้เหมาะกับความต้องการ

การเลือกปลอกรัดเพลาให้เหมาะสมกับงานวิศวกรรม จำเป็นต้องพิจารณาจากปัจจัยรอบด้านเพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพความทนทานและความคุ้มค่าสูงสุด โดยมีเกณฑ์การพิจารณาดังต่อไปนี้

  1. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและเกลียว :ปลอกเพลามีขนาดรูในและขนาดการต๊าปเกลียวที่หลากหลาย โดยมาตรฐานอุตสาหกรรมมักระบุหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร การเลือกขนาดรูในต้องสอดคล้องกับพิกัดความเผื่อ (Tolerance) ของเพลาจริง แต่หากเครื่องจักรของคุณใช้เพลาแบบมีการต๊าปเกลียว (Threaded) การเลือกรูปแบบของ Collar ที่มีร่องเกลียวในสอดคล้องกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดจับให้แน่นหนายิ่งขึ้น ป้องกันการเลื่อนหลุดจากแรงกระแทกในแนวแกน และช่วยให้การปรับตั้งระยะมีความเที่ยงตรงสูง
  2. สภาพแวดล้อมและการเลือกวัสดุ : สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นตัวกำหนดประเภทวัสดุของปลอกเพลา เพื่อป้องกันการผุกร่อนและความเสียหายก่อนเวลาอันควร โดยประเภทวัสดุที่นิยมใช้ ได้แก่
    • เหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) : เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยา โรงงานเคมี หรือสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและสารกัดกร่อนสูง
    • เหล็กกล้าคาร์บอนเคลือบผิวออกไซด์สีดำ (Carbon Steel with Black Oxide Finish) : ให้ความแข็งแรงเชิงกลสูงมาก ผิวเคลือบช่วยป้องกันสนิมในระดับเบื้องต้น เหมาะสำหรับเครื่องจักรทั่วไปในที่ร่ม
    • Shaft Collars อะลูมิเนียม (Aluminium) : จุดเด่นอยู่ที่น้ำหนักเบาและทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดี เหมาะกับแอปพลิเคชันที่ต้องการลดแรงเฉื่อยของระบบหมุน
    • Shaft Collars เหล็กกล้าผสม (Alloy Steel) : รองรับงานหนักพิเศษ ทนทานต่อแรงบิดและการกระแทกสูง
    • Shaft Collars วัสดุนอนเมทัล เช่น ไนลอน (Nylon) : น้ำหนักเบา ไม่นำไฟฟ้า ทนสารเคมีบางประเภท เหมาะสำหรับงานโหลดต่ำที่ไม่ต้องการให้เกิดประกายไฟหรือรอยขีดข่วนเลย
  3. พิจารณาข้อจำกัดของพื้นที่และการติดตั้ง : หากเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่การรื้อถอนเพลาทำได้ยาก การเลือกใช้ปลอกเพลาแบบแยกจะเป็นโซลูชันที่ดีที่สุดในการลดเวลาซ่อมบำรุง แต่หากเป็นพื้นที่เปิดและต้องการตัวยึดเกาะที่ประหยัดงบประมาณ ปลอกเพลาแบบชิ้นเดียวหรือแบบสกรูยึดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
  4. แรงจับยึดและการรับแรงตามแนวแกน : การออกแบบของปลอกเพลาแต่ละประเภทจะให้แรงจับยึดที่ไม่เท่ากัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพเมื่อต้องนำไปใช้งานในระบบที่มีแรงดันตามแนวแกนหรือมีแรงสั่นสะเทือนสูง
  5. สภาพพื้นผิวของเพลา : ลักษณะของเพลา ไม่ว่าจะเป็นเพลาแบบผิวเรียบหรือเพลาแบบมีร่องลิ่ม ล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เนื่องจากปลอกเพลาแบบสกรูยึดอาจต้องอาศัยการขันกดให้เกิดรอยบนพื้นผิวเพลาเพื่อล็อกตำแหน่ง ในขณะที่ปลอกเพลาแบบบีบรัดจะอาศัยการสร้างแรงเสียดทานรอบ ๆ เพลาเป็นหลัก
  6. ความสมดุลและความร่วมศูนย์ : สำหรับระบบเครื่องจักรที่มีการหมุนด้วยความเร็วสูง ความสมดุลของชิ้นงานและแนวการติดตั้งที่ร่วมศูนย์พอดีของปลอกเพลา ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยลดความสั่นสะเทือนและรักษาเสถียรภาพการทำงานของระบบให้ราบรื่น

ตัวอย่างการใช้ปลอกเพลาในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

  • อุตสาหกรรมระบบลำเลียงและโลจิสติกส์ : ในระบบสายพานลำเลียงสินค้า ปลอกเพลาแบบบีบรัดจะถูกใช้เพื่อล็อกตำแหน่งของลูกกลิ้งและเฟืองโซ่ให้อยู่ในแนวศูนย์บริการที่ถูกต้อง
  • อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม : นิยมใช้งาน Shaft Collars ที่ผลิตจากวัสดุ Stainless Steel ควบคู่กับตลับลูกปืน ในเครื่องจักรแปรรูปอาหาร เนื่องจากต้องทนทานต่อกระบวนการชะล้างทำความสะอาดด้วยสารเคมีเข้มข้นและความชื้นสูงเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย
  • อุตสาหกรรมยานยนต์และระบบอัตโนมัติ :ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในมอเตอร์ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และชุดประกอบทางกล ซึ่งเป็นงานที่จำเป็นต้องมีการจัดแนวอย่างแม่นยำและรักษาตำแหน่งให้คงที่อย่างสม่ำเสมอ
  • อุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์ : มักเลือกใช้ปลอกเพลาแบบแยกที่มีกลไกปรับแต่งด้วยมือในเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้วิศวกรหรือโอเปอเรเตอร์สามารถปรับเปลี่ยนระยะของไกด์นำทางหรือใบมีดตัดได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการเปลี่ยนขนาดหรือรูปแบบของกล่องบรรจุภัณฑ์หน้างาน

เลือกซื้อปลอกเพลาคุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำที่ RS

ผู้ประกอบการคนไหนกำลังมองหาแหล่งจำหน่ายปลอกเพลาคุณภาพสูง ในราคาคุ้มค่า และมีตัวเลือกครบครัน ต้องมาที่ RS ผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ เรามีปลอกรัดเพลาShaft Lock Collar จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Ruland, Huco, รวมถึงแบรนด์ของเราเองอย่างRS PROและอีกมากมาย สามารถเลือกซื้อปลอกเพลาได้ทั้งในราคาส่งและปลีก นอกจากนี้เรายังมีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับแกนเพลาอีกหลากหลายรูปแบบ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ประกอบการ เลือกซื้อสินค้าได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมงบนเว็บไซต์ของเรา พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศไทย หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือก Collar Shaft ที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมของคุณ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของเราได้เลย

1865 สินค้าที่แสดงสำหรับ Shaft Collars

มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 แพ็ค แพ็คละ 3 ชิ้น)
THB323.241(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB107.747/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB103.65(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB103.65/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB231.91(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB231.91/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 แพ็ค แพ็คละ 3 ชิ้น)
THB294.831(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB98.277/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB229.92(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB229.92/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB119.73(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB119.73/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB226.70(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB226.70/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 แพ็ค แพ็คละ 2 ชิ้น)
THB366.30(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB183.15/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ถุง ถุงละ 2 ชิ้น)
THB224.35(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB224.35/ถุง
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB78.56(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB78.56/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB76.68(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB76.68/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB80.45(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB80.45/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ถุง ถุงละ 2 ชิ้น)
THB221.39(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB221.39/ถุง
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB190.88(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB190.88/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB328.90(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB328.90/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB321.80(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB321.80/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB69.58(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB69.58/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB205.30(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB205.30/ชิ้น
มีในสต็อก
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB175.10(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB175.10/ชิ้น
ยอดรวมย่อย (1 ชิ้น)
THB235.56(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
THB235.56/ชิ้น
ผลลัพธ์ต่อหน้า

การค้นหายอดนิยม